้ว แต่ข้าแทบจะมิเคยพักกลับยังไม่ได้รับผลที่ควรจะได้” สีหน้าของฮ่องเต้จริงจังในขณะที่ฮองเฮาใบหน้าแดงก ่าด้วยความอาย ชินอ๋องเห็นพี่สะใภ้กระอักกระอ่วนก็รีบกล่าวแก้เก้อให้นาง“เอาเถอะน่าพี่สาม ท่านก็ใจเย็นๆ ก่อน เรื่องในมุ้งมีอันใดค่อยปรึกษากันสองคน เรื่องหมอหลวงเดี๋ยวเราคุยกันเสร็จข้าจะให้คนเรียกให้ทันที”หงซือซือแทบจะม้วนตัวกลับเข้าห้องบรรทม บุรุษทั้งสามล้วนแล้วแต่พุ่งเป้ามาที่นาง ในขณะที่ฮ่องเต้ยังคงขมวดคิ้ว “หรือว่าข้าทำสิ่งใดผิดไป?”อ๋องเก้าข่มกลั้นอาการหัวเราะไว้เต็มกำลัง เขาคิดแล้วเทียวว่าหากพูดเรื่องพราชายาของเขาตั้งครรภ์อีกให้ฮ่องเต้ได้ทรงทราบ พระเชษฐาของเขาจะต้องหน้าดำคร ่าเคร่งไปจัดการเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจังแน่ “พี่ห้า ท่านมีสิ่งใดจะปรึกษาพี่สามรีบว่ามาเถิด ข้าจะได้พาลูกๆ กลับวังเสียที”สายวันต่อมาในท้องพระโรง ฮ่องเต้ที่เคยนั่งรับฟังเงียบๆ ยิ้มและขอความเห็นจากชินอ๋องกลับกลายเป็นฮ่องเต้ผู้ทรงร้ายกาจพระองค์เดิม พอบรรดาขุนนางถึงกราบทูลสิ่งใดจะทรงซักไซ้ไปเสียจนมุมทุกคน ผู้ที่คิดจะกราบทูลในเช้าวันนี้ต่างก็ลอบ ปาดเหงื่อ“พวกเจ้าว่าฮ่องเต้พระองค์เดิมกลับมาแล้วใช่หรือไม่?”“สองเดือนที่ผ่านมายังทรงพระทัยเย็นอยู่เลยไฉนกลับกลายเป็นผู้อารมณ์ร้อนและช่างซักไซ้ไปได้อีกเล่า?”หมิงเฟยหลงทรงประกาศการเริ่มนโยบายการค้ากับแคว้นผิงและแคว้นเหลียนอย่างจริงจังด้วยการแต่งตั้งคณะฑูตสองคณะแยกย้ายกันไปติดต