ทาริมฝีปากให้นางพลันตื่นขึ้น“นี่ควรเป็นความรับผิดชอบของท่านอยู่แล้ว เมื่อวานใครกันหลอกข้าว่าอีกแค่ครั้งเดียว” นางกระเง้ากระงอด ครั้งเดียวของพี่สามไม่เคยจริง!หงซือซือขอดูแผนที่ขุมทรัพย์อีกครั้ง เมื่อกางดูรอยประสามเหลี่ยมที่ซ้อนกันนางพบว่าพื้นที่ทับซ้อนนั้นอยู่ในเขตวัด แล้วรอยประที่อยู่บนพื้นวัดหมายถึงสิ่งใด? “พี่สามท่านดูนี่! รูปพระอาทิตย์ที่วาดไว้ด้านหน้าประตูวัดท่านว่ามีความหมายหรือไม่?”“ตำแหน่งที่วาดประอาทิตย์เป็นถนนหน้าวัด จะว่าซ่อนสิ่งของไว้ที่ถนนก็ดูจะเป็นไปไม่ได้”“เรามิเคยเจอสัญลักษณ์นี้มาก่อน” นางมองดูลายเส้นที่วาดเป็นรูปพระอาทิตย์ส่องแสงด้วยความประหลาดใจ หาไม่มีความหมายคนเขียนแผนที่จะวาดไว้เพื่อการอันใด?“ซือซือ ไปดูสถานที่อีกสักครั้งก่อนเถอะ หากขุมทรัพย์นี้หาง่ายเช่นนั้น ข้าคงหาเจอไปนานแล้ว”“อดีตฮ่องเต้ทรงเป็นผู้ชื่นชอบค่ายกล บางทีนี่อาจจะเป็นค่ายกลที่พระองค์วางไว้ก็ได้นะเจ้าคะ”“อืม…เจ้าพูดมีเหตุผล”เมื่อทั้งสองไปถึงวัดพระโพธิสัตว์แดดเช้าเพิ่งสาดแสงอบอุ่น นางเงยหน้าขึ้นมองประตูหน้าวัด “พี่สามท่านดูบนนั่นสิ” แสงแดดที่สาดมาจากทิศตะวันออกลอดกระจกสีที่อยู่เหนือประตูเข้าไปด้านใน “นี่เองสิที่ข้าสงสัย”“เจ้าสงสัยสิ่งใด?”“ประตูวัดทั่วไปไม่มีช่องใส่กระจกแบบนี้นะเจ้าคะ”นางรีบจูงมือสามีเข้าไปในวัด คนทั้งหมดช่วยกันสำรวจบริเวณรอบๆ ลานอย่างพิจารณา หู่ซิ่นสือมองเส้นประที่กลายเป็นรูปสามเหลี่