ยมด้วยความงุนงง จินวั่งซู่ที่ได้เข้าร่วมภารกิจลับในครั้งนี้ตื่นเต้นกว่าผู้ใดถึงกับยกมือสาบานว่าตนจะตั้งใจช่วยท่านอ๋องเก้าหาขุมทรัพย์อดีตฮ่องเต้อย่างเต็มกำลัง ทว่าปริศนาบนแผนที่ที่เขาได้เห็นเมื่อเช้ามืดก็น่าแปลกนัก หากว่าเป็นค่ายกลเขาก็เคยเผชิญค่ายกลแห่งความตายมาแล้วที่แคว้นจิน แต่ครั้งนี้ช่างแตกต่าง“ท่านอ๋อง ข้าว่าที่นี่อาจจะซ่อนค่ายกลที่ต้องใช้สติปัญญาให้การหา พะยะค่ะ”“เจ้าคิดว่าไม่มีอาวุธลับใช่หรือไม่?”“จากสภาพวัด ไม่น่าจะมี พะยะค่ะ เพียงแต่กลไกที่ซ่อนไว้แยบยลนัก”เมื่อเดินวนเวียนกันได้ครึ่งเค่อลำแสงบางๆ ที่สาดผ่านกระจกหลายชิ้นที่อยู่บนประตูหน้าวัดเกิดเป็นลำแสงสาดเข้ามาด้านใน หงซือซือเงยหน้าขึ้นมองลำแสงที่พุ่งมารวมกัน แล้วไปรวมอยู่ที่ยอดหลังคาศาลาหลังเล็ก“หรือว่า?……” นางอุทานออกมา ลดสายตาจากยอดศาลามาถึงป้ายที่มีกระจกแปดเหลี่ยม “ท่านอ๋องมารอตรงนี้สิเจ้าคะ” นางจูงมือสามีมายืนหน้าศาลา“เจ้าเห็นสิ่งใด?”“รอสักครู่เจ้าค่ะ” นางยืนจับจ้องอยู่นิ่งๆ ไม่นานนักพระอาทิตย์ก็เคลื่อนสูงขึ้น ลำแสงที่รวมตัวนั้นก็ลดต ่าลงจินวั่งซู่เห็นสายตาของพราชายาจ้องเขม็งอยู่ที่ลำแสงสลับกับกระจกแปดเหลี่ยมก็ตาวาวขึ้น “กระจกนั่นหรือพะยะค่ะ?”ไม่นานนักลำแสงที่รวมตัวกันนั้นก็สาดกระทบกับกระจกแปดเหลี่ยมพอดีที่เอียงก้มลงเล็กน้อยพอดีลำแสงนั้นนุ่มนวลตาเมื่อตกกระทบกระจกแล้วก็สะท้อนลงไปยังพื้นในตำแหน่งกึ่งกลางของสามเหลี่ยมสอ