งทั่วไปมิใช่หรือ?”“กระหม่อมก็ไม่แน่ใจนัก แต่บิดาสั่งว่านี่เป็นแผนที่ของขุมทรัพย์อดีตฮ่องเต้ พะยะค่ะ”หมิงเฟยหลงนิ่งอึ้ง เขาตามหาร่องรอยของขุมทรัพย์พระบิดามาเนิ่นนานเพื่อหวังจะได้นำทองเหล่านั้นมาพัฒนาบ้านเมือง แม้จะรู้ว่าต้องใช้ตรากระเรียนทองคำแต่กลับมิเคยรู้เลยว่าจะตำแหน่งของขุมทรัพย์นั้นอยู่ที่ใด ผ่านไปหลายปีตรากระเรียนทองคำก็มีรายงานว่าได้กลับไปอยู่ในมือของคนในราชวงศ์โจวแห่งแคว้นผิงแล้ว บัดนี้กลับได้แผนที่ขุมทรัพย์พระบิดามาโดยไม่คาดฝัน!“บิดาของเจ้าได้บอกหรือไม่ว่าได้สิ่งนี้มาจากผู้ใด?”“ท่านพ่อของกระหม่อมเคยช่วยเหลือคนผู้หนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บเอาไว้ เขาจึงฝากสิ่งนี้เอาไว้โดยกำชับท่านพ่อว่าให้มอบให้คนในราชนิกูลที่เดินทางมาถึงเมือง ชิงหลิวแล้วสร้างคุณประโยชน์ จากนั้นคนผู้นี้ก็หนีไป ภายหลังท่านพ่อของกระหม่อมไปพบศพของเขาริมแม่น ้านอกเมืองชิงหลิวจึงได้เก็บของส่วนตัวเขาไว้เป็นหลักฐาน พะยะค่ะ”คหบดีซุนนำกล่องไม้อีกอันส่งให้องครักษ์หู่ในนั้นมีตราองครักษ์เสื้อแพรและหยกลวดลายเฉพาะที่อดีตฮ่องเต้ทรงมอบให้ข้าราชบริพารใกล้ชิด หู่ซิ่นสือเห็นของสองสิ่งนี้แล้วถึงกับผงะ “ท่านอ๋อง ทรงทอดพระเนตร พะยะค่ะ” เขารีบยื่นกล่องนั้นไปให้ท่านอ๋องเก้าโดยเร็ว“นี่มัน….”“ตราขององครักษ์อดีตฮ่องเต้และหยกที่ทรงพระราชทานให้ผู้ใกล้ชิดมีเพียงยี่สิบชิ้นพะยะค่ะ”“หรือว่าคนผู้นี้คือ…..” หมิงเฟยหลงนึกถึงเรื่องซุบซิบในวังหลวงอดี