่างคาดผิดคิดว่ามีผู้บุกรุกเรือนน้อย เคราะห์ดีที่ผู้ที่เพิ่งเข้าไปในเรือนเดินมาเปิดหน้าต่าง จึงได้เห็นคนทั้งสามที่นั่งล้อมโต๊ะอยู่ภายใน“นั่นองครักษ์จูกับแม่ค้าแป้งทอดใช่ไหม?”“เจ้าค่ะ”“คนมาใหม่เป็นสตรีนี่”จูจิ้นติ้งกับแม่ค้าแป้งทอดคุกเข่าลงคารวะสตรีในชุดดำคล้ายจะขมา“พี่สาม ข้าขอแอบไปฟังใกล้ๆ ท่านรออยู่ตรงนี้ก่อนนะเจ้าค่ะ”“ได้! เจ้าระวังตัวด้วย”หงซือซือกระโจนไปแอบอยู่ใต้หน้าต่าง จึงได้ยินเสียงคนทั้งสามสนทนากัน“ท่านอาจารย์ ครั้งนี้พวกนั้นตายไปเกือบหมดเหลือรอดไม่กี่คน ข้าตามไปเก็บพวกมันแล้วเจ้าค่ะ”“ดี! ติดตามท่านอ๋องกับพราชายาอย่างใกล้ชิดอย่าให้คลาดสายตา”“เจ้าค่ะ”“ข้าไม่คิดเลยว่าพวกท่านจะมีหน้าที่ตามดูแล”หญิงในชุดดำหันมาสบตาจูจิ้นติ้ง “เจ้าคงระแวงว่าพวกข้าจะเป็นนักฆ่าสินะ จึงได้มาเฝ้าจับตามองเหม่ยเอ๋อร์”“ขอรับ แต่ได้รู้เช่นนี้ก็โล่งใจ ว่าแต่ท่านอาจารย์หากข้าไม่อาจเปิดเผยฐานะของเหม่ยเอ๋อร์ได้แล้วพวกข้าจะได้แต่งงานกันหรือ?”“เจ้าไม่ต้องคิดมาก เหม่ยเอ๋อร์เป็นเด็กกำพร้าไม่มีญาติที่ไหน? ข้าเลี้ยงดูนางมา เพียงหวังให้นางมีความสุข พวกเจ้าทำพิธีง่ายๆ ก็พอแล้ว”“แต่ข้าอยากจะจัดงานแต่งให้นางอย่างเหมาะสมขอรับ”“อย่างไรเสียยามนี้ก็ยังจัดพิธีแต่งงานไม่ได้จนกว่าภารกิจจะจบสิ้น”หงซือซือได้ยินเสียงสตรีวัยกลางคนผู้นี้พูดนางรู้สึกคุ้นหูยิ่งนัก นี่…นี่มัน…..นางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของสตรีผู้นั้นอีกครั้ง นี่มิใช