“เคราะห์ดีที่ข้าอยากได้ยินเสียงท่าน ไม่เช่นนั้นคงไม่รู้ว่าท่านอาให้คนตามมาช่วยข้า” หงซือซือคารวะขอบคุณ“เหม่ยเอ๋อร์เป็นยอดยุทธ์ของสำนักมืออสูร ข้าส่งนางเข้าไปแฝงกายอยู่ในนั้นนานแล้ว นางสำเร็จวิชากระบี่กราชากวิญญาณขั้นสูงสุด เพียงแต่ตอนที่จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการเป็นนักฆ่า ข้าพานางหนีออกมาเสียก่อน” ท่านอาเจียงถอนหายใจ “หากช้ากว่านั้นเพียงนิด นางจะกลายเป็นนักฆ่าระดับสาม”“คนพวกนั้นถูกวางยาที่ผสมพืชผีดิบนี่เจ้าคะ”“เจ้ารู้หรือ? ข้าสงสัยมานานว่าเหตุใดพวกเขาจึงเปลี่ยนสภาพลูกตาของนักฆ่าพวกนั้นได้ แต่เรื่องนี้เป็นความลับของสำนักรู้เฉพาะผู้คุมกฎกับเจ้าสำนักเท่านั้น”“ท่านอา คราวนี้ข้าคงต้องสืบหาที่ตั้งของสำนักมืออสูรอย่างจริงจัง”หญิงวัยกลางคนยกน ้าชาขึ้นจิบเล็กน้อย “เจ้าคิดจะกำจัดพวกเขาหรือ?”“หากข้าไม่ทำ สามีของข้าก็ย่อมตกอยู่ในอันตราย”เซียนพันหน้าวัยกลางคนหัวเราะร่วน “เจ้าห่วงเขา! เพิ่งเข้าวังไม่ทันไรก็ห่วงสามีเสียแล้ว ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกสินะ” ใบหน้าของหลานสาวขึ้นสีระเรื่อ ผู้สูงวัยจึงยิ้มกว้าง “เอาเถอะ! ข้าจะถือว่าทำเพื่อหลานเขย ไหนๆ ไม้ก็กลายเป็นเรือแล้วจะโวยวายไปก็ใช่ที่ แล้วนี่ เจ้าบอกท่านพ่อกับพี่ชายเจ้าหรือยัง?”“ป่านนี้พวกเขาคงรู้แล้วล่ะ”องครักษ์จูมองสตรีทั้งสองสนทนากันด้วยความงุนงง แม้เขาจะรู้ว่าใต้หน้ากากพราชายาหานซู่ลี่แท้จริงคือฮองเฮา แต่ฮองเฮาเหตุใดจึงมีท่านอาเป็นอาจารย์ของเซียนเ