จียวเหม่ยนักฆ่าสำนักมืออสูรไปได้?หงซือซอหันมามองหน้าองครักษ์หนุ่มขณะที่อมยิ้มน้อยๆ “องครักษ์จู ท่านอ๋องให้เจ้ามาสืบหานักฆ่าแต่ผลงานเจ้ากลับดียิ่งกว่าที่คาดนัก”จูจิ้นติ้งตกใจรีบคุกเข่า กราบทูลด้วยเสียงตะกุกตะกัก “พระอาญามิพ้นเกล้า เรื่องนี้เป็นความบังเอิญพะยะค่ะ”“อย่าโทษเขาเลย! เป็นความผิดของเหม่ยเอ๋อร์ข้าสอบสวนแล้ว” ท่านอาเจียงกล่าวยิ้มๆ “ฤทธิ์ยามึนเมาทำให้พวกเขาลงเอยกันแบบนี้ ดีที่ต่างมีใจต่อกันมิฉะนั้นแล้วองครักษ์ของเจ้าคงถูกฝังอยู่หลังบ้านเป็นศพต่อไป”“ดีที่เซียนเจียวเหม่ยนับว่าเป็นคนของข้า” นางแสร้งทำหน้าตายขู่องครักษ์หนุ่ม “ว่าแต่…คืนนี้ข้าพาท่านอ๋องเก้ามาดูผลงานของเจ้าด้วยนะ”สีหน้าของจูจิ้นติ้งแทบจะไร้สีเลือด ฝ่าบาท! ก็เสด็จมาที่นี่ด้วย “พะ พะยะค่ะ”หงซือซือเดินไปชิดริมหน้าต่าง โบกมือเรียกสามีและองครักษ์เติ้งที่ซุ่มรออยู่บนต้นไม้ให้เข้ามาในเรือน“ข้าต้องเชิญหลานเขยมาทักทายท่านสักหน่อยแล้วท่านอา”เจียงเผิงเผิงยิ้มร่า หลานเขยฮ่องเต้ของนางมีชื่อเสียงนัก ฉลาด หลักแหลม เจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยมวันที่เขาแสดงฝีมือจัดการกับนักฆ่านางก็แอบดูอยู่นับว่าเป็นคนร้ายกาจและเหมาะจะฝากฝังหลานสาวไว้หมิงเฟยหลงค้อมศีรษะคารวะท่านอาเจียงของภรรยา “ยินดีนักที่ได้พบท่าน ข้ายังมิเคยพบกับคนในครอบครัวนางเพียงคนเดียวคือพี่ชาย”ท่านอาเจียงเล่าเหตุที่นางตามทั้งสองมายังเมืองชิงหลิวอีกครั้ง ฮ่องเต้ทรงแปลกใจที่ได้รู้ว่า