แม่ค้าแป้งทอดผู้นั้นก็คือนักฆ่าที่ท่านอาเจียงส่งมาคุ้มกันเขาทั้งสอง“ท่านรู้ด้วยหรือว่าพวกเราออกจากวังหลวงมา?”“ข้าลอบเข้าวังหลวงหลายครั้ง เรื่องแค่นี้ย่อมรู้ได้ไม่ยาก” นางยักคิ้วข้างหนึ่งให้หลานเขย ฮ่องเต้หมิงเฟยหลงทรงพยักหน้า ไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ว่านางต้องแปลงโฉมเข้าไปในวังบ่อยแน่ ใบหน้าที่กำลังพูดกับพระองค์นี้คงมิใช่ใบหน้าจริงของนาง! ครอบครัวนักแปลงโฉมมักจะไม่พบผู้ใดในใบหน้าปกติ ภรรยาของพระองค์ได้กล่าวไว้! เมื่อซักไซ้ไล่เรียงเหตุร้ายกันจบแล้ว ฮ่องเต้ทรงหันไปพินิจนักฆ่าคนงามที่แสร้งมาเป็นแม่ค้าขายแป้งทอด “ข้าขอบใจเจ้าเซียนเจียวเหม่ยที่มาคอยดูแลเราสองคน”“มิได้เพคะ สิ่งใดที่ท่านอาจารย์มอบหมาย หม่อมฉันย่อมทำด้วยชีวิต”“เจ้าเป็นยอดฝีมือของสำนักมืออสูร ครั้งนี้นับว่าเป็นเคราะห์ดีของข้าที่มียอดฝีมืออย่างเจ้าและท่านอาเจียงตามดูแล”เจียงเผิงเผิงมองบุรุษที่สวมหน้ากากท่านอ๋องเก้า“เดิมทีเป็นเพราะหม่อมฉันห่วงหลานสาวนักเมื่อสืบแน่ว่านางจะติดตามท่านออกจากวังหลวงจึงได้ส่งเหม่ยเอ๋อร์ตามดูแลมาตลอดทาง แต่ยามนี้ท่านกลายเป็นหลานเขยหม่อมฉันแล้ว ย่อมต้องปกป้องท่านทั้งสองคนให้ดี”“ขอบคุณท่านอาเจียง” หมิงเฟยหลงทรงซาบซึ้งนัก ครอบครัวของพระองค์หาความห่วงใยแท้จริงกันได้ยากเย็น ทั้งชีวิตพระองค์มีเพียงชินอ๋องที่ทรงไว้วางใจที่สุด เพราะชินอ๋องคือพระอนุชาที่ยืนอยู่ข้างพระองค์มาตั้งแต่ก่อนครองราชย์และยามนี้ยังเป็นแม่