กดจิตคนได้ให้ทำตามคำสั่ง และยังทำให้คนผู้นั้นมีพลังมากกว่าคนทั่วไปด้วยพะยะค่ะ เรียกขานกันว่าพืชผีดิบเพียงแต่พลังนี้จะอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วยามเท่านั้น”“ที่ผ่านมาไม่เคยมีนักชันสูตรผู้ใดบอกว่านักฆ่าพวกนี้โดนสมุนไพรสะกดจิตมาก่อนนี่”“พะยะค่ะ! นั่นเป็นเพราะพืชผีดิบชนิดนี้หากผสมดื่มไม่มีสี ตรวจสอบด้วยวิธีทั่วไปไม่อาจพบได้ แต่จะสังเกตได้ว่าผู้ที่ใช้มันจะมีดวงตาเป็นสีเดียวทั้งหมดเช่นนี้ขอรับ”“เจ้าเคยเห็นงั้นหรือ?” ท่านอ๋องเก้าขมวดคิ้ว“ข้าน้อยเคยเห็นศพที่เป็นเช่นนี้เมื่อตอนที่เริ่มฝึกชันสูตรกับบิดาตอนเก้าขวบสองสามศพพะยะค่ะ”“เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าคนพวกนี้ดื่มสมุนไพรที่ว่าเข้าไป?”“ข้าน้อยผ่าศพดูพะยะค่ะ ในกระเพาะของเขายังพอมีน ้าหลงเหลือ เอามาทดสอบด้วยเข็มเคลือบยาประจำตระกูลของข้าน้อยแล้วพบว่าน ้านั้นมีสมุนไพรผีดิบผสมอยู่”พราชายาหานซู่ลี่รู้สึกสนใจในสิ่งที่ฉู่ฮุ่ยเหอเอ่ยถึงเห็นทีนางคงต้องให้หัวหน้าสวีไปตามสืบให้แน่ชัดว่าพืชผีดิบที่ว่าเป็นอย่างไร?“ฉู่ฮุ่ยเหอ เจ้าเคยได้ยินหรือไม่ว่าหากมีคนดื่มเข้าไปแล้วต้องทำลายฤทธิ์ของมันอย่างไร?”“ทูลพราชายา พืชผีดิบนี้ข้าน้อยยังไม่เคยได้ยินผู้ใดกล่าวถึงวิธีทำลายพิษมาก่อนพะยะค่ะ ทำได้เพียงหาวิธีกักขังคนที่โดนพิษของมันเอาไว้จนกว่าจะหมดฤทธิ์ไปเอง”“อืม! แต่ทุกครั้งที่เคยจับคนพวกนี้ได้ พวกเขากลับตายด้วยพิษที่ซ่อนอยู่ในร่างกาย ไม่เคยได้สอบสวนสิ่งใด?”“ครั้งนี้พวกเขาม