าหวอดอยู่ในยุทธภพมานานและทำงานลับๆมากมายกลับมองเห็นเขาแตกต่าง ‘ตำแหน่งคนโฉดอันดับสองของแคว้นหมิงควรจะมอบให้คนผู้นี้’เติ้งเฉินฟู่ในชุดปฏิบัติการควบม้าออกมารอที่จุดนัดพบ จินวั่งซู่ถือกระบี่เดิน กระเผลกเล็กน้อย “ท่านไหวหรือคุณชายจิน?”“ไม่ต้องห่วงข้า หากเราเจอนักฆ่าในคืนนี้เจ้ากับข้าแยกย้ายกันหนี ทักษะยุทธ์ข้าอาจจะไม่สูงส่งดังเหล่าองครักษ์เสื้อแพร แต่วิชาหนีของข้านับว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวง” สีหน้าของจินวั่งซู่ออกจะภาคภูมิใจในความสามารถนี้“อืม! ข้าเคยได้ยินว่าวิชาตัวเบาของท่านล ้าเลิศนัก”“จะว่าเช่นนั้นก็ได้ ที่ผ่านมายังไม่มีใครกระโจนตามข้าได้ทัน”องครักษ์เติ้งจ้องหน้าจินวั่งซู่ ช่างเป็นคนโอ้อวดด้วยความเชื่อมั่นเสียจริง แต่ก็ดีหากเขาทำมีความสามารถจริงอย่างที่พูด “ข้าสบายใจขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว!”ทั้งสองผูกม้าซ่อนไว้ หลังต้นไม้ใหญ่กลุ่มหนึ่งแล้วขึ้นไปซุ่มบนกิ่งไม้ที่มองเห็นภายในรั้วบ้านน้อยได้ถนัดถนี่ ไม่นานนักองครักษ์จูก็ควบม้ามาถึงประตูหน้าเขาเคาะห้าครั้งเป็นจังหวะที่ตกลงกันไว้กับเจ้าของบ้านไม่นานประตูนั้นก็เปิดออก ชายหนุ่มจูงม้าเข้าไปผูกไว้ด้านหลังเรือน หญิงสาวเจ้าของบ้านถือจานอาหารไปวางบนโต๊ะที่ จูจิ้นติ้งนั่งรออยู่ ทั้งสองรับประทานอาหารด้วยกันอย่างมีความสุข“อ๊า! นี่มันใช่แบบที่ข้าคิด แต่ไม่ได้เป็นสิ่งที่เราคาดหวัง”“ท่านหมายถึงอะไร?”“ข้าสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าองครักษ์จูผู้นี้ดูร่าเริงยิ่งก