ว่าคนเพิ่งแต่งงานใหม่อย่างหัวหน้าหู่ แต่ท่านอ๋องเก้าหวังให้เขาออกมาจับตาดูคนมิใช่จับคนเสียหน่อย”หงซือซือได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมา “ข้าว่าเขาคงจับคนได้แล้ว เช่นนี้เรายังคงเฝ้าเขาอยู่อีกหรือ?”“รออีกสักนิด นี่ยังมิใช่สิ่งที่ข้าออกมาดู”“ท่านออกมาดูสิ่งใด?”จินวั่งซู่ไม่ตอบแต่ยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก “จุ๊ๆ จับตามองให้ดีเถอะ”สักพักทั้งคู่ก็วางตะเกียบ หญิงสาวเป็นผู้เก็บอาหารและถ้วยจานไปล้าง ฝ่ายบุรุษหันไปติดเตาเล็กชงชา เมื่อนางหันกลับมาหาองครักษ์จูก็รินชาใส่ถ้วยแล้วยกให้นาง การพูดคุยกันของทั้งคู่เป็นไปด้วยความสนุกสนานทั้งสองยิ้มให้กัน จินวั่งซู่ทำปากจิ๊กจั๊กเมื่อเห็นจูจิ้นติ้งกุมมือของนาง ชายหนุ่มดับถ่านในเตาเล็กเซียนเจียวเหม่ยเดินมาปิดหน้าต่าง เงาของทั้งคู่รวมเป็นเงาเดียวแล้ววูบหายเข้าไปทางประตูห้องนอน“อ้าว!” เติ้งเฉินฟู่อุทานออกมา“เจ้าจะตกใจทำไมกัน? องครักษ์จูของพวกเราถูกนางจับไปจู๋จี๋ในห้องนอนแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเฝ้าอยู่ตรงนี้ให้เหนื่อยเปล่า”“เอ๋?”“พวกเรากลับไปนอนในผ้าห่มอุ่นๆ กันเถอะ เจ้ากับข้าล้วนเป็นคนโสด จะไปมีความสุขเหมือนคนที่เพิ่งเข้าห้องไปเป็นคู่อย่างองครักษ์จูได้อย่างไร? เฮ้อ!”“คุณชายจิน เหมือนท่านจะรู้อยู่ก่อนแล้ว”“ข้าน่ะรึ? แค่เห็นองครักษ์ยิ้มหน้าบานมาพร้อมขนมแป้งทอดทุกเช้าข้าก็พอจะรู้แล้ว”“ร้านนี้ก็เปิดขายทุกเช้ามิใช่หรือ? เหตุใดท่านจึงรู้ได้?”“วันที่ร้านไม่เปิด จูจิ้นติ้งก