นใด?”“อะ อ้อ! ท่านชิมแป้งทอดสักชิ้นไหมขอรับ? วันนี้เซียนเจียวเหม่ยคนงามแถมให้ข้ามาด้วย” เติ้งเฉินฟู่หยิบแป้งทอดก้อนแบนขนาดครึ่งฝ่ามือที่มีกระดาษบางห่ออยู่ยื่นให้หัวหน้าของตน“เออ…ชิมก็ได้” จูจิ้นติ้งรับมาอย่างเสียมิได้ ในเมื่อถูกยัดเยียดให้หลายครั้งแต่เขาปฏิเสธได้ทุกครั้งก็ยังไม่วายถูกตามยัดเยียดอีก เขาจึงคิดปราชดรับมาแล้วฉีกกระดาษด้านบนออกก่อนกัดเข้าไปคำหนึ่งเนื้อแป้งนุ่มนิ่มนั้นกำลังอุ่นพอดี เนื้อเหนียวเล็กน้อยเคี้ยวเข้าไปรสชาติหวานนิดเค็มหน่อยนั้นช่างกลมกล่อม ดวงตาขององครักษ์จูเบิกกว้าง ‘อร่อยมากๆๆๆ……………..’ ในหัวของเขากึกก้องไปด้วยคำๆ นี้“อร่อยมากเลยใช่ไหมล่ะ? ข้าบอกแล้วว่าให้ท่านลองชิมตั้งนานแล้ว ท่านก็มัวแต่ตั้งแง่อยู่นั่น ไม่เห็นหรือว่านางขายดีเพียงใด ตั้งแผงไม่ถึงสองชั่วยามก็ขายหมดแล้ว”“อืม….” จูจิ้นติ้งยังไม่ว่างตอบ ปากของเขาเคี้ยวขนมแป้งทอดอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งหมดชิ้น “เจ้าเอามาให้ข้าอีกสักหนึ่ง” เขาหันไปมองเติ้งเฉินฟู่อย่างคาดคั้น ฝ่ายนั้นจึงส่งขนมแป้งทอดในมือให้อีกชิ้นด้วยสายตาละห้อย“องครักษ์จู พรุ่งนี้ท่านซื้อคืนข้าด้วย”“เออ….” จูจิ้นติ้งรับแป้งทอดไปกัดพร้อมกับควักเงินอีแปะพวงหนึ่งยื่นให้องครักษ์เติ้ง “พรุ่งนี้ซื้อเผื่อข้าด้วยสองชิ้น”เห็นได้ชัดว่านางขายของดีจนต้องเพิ่มผู้ช่วยมาอีกหนึ่งคนเป็นสตรีที่อายุน้อยกว่านางเล็กน้อย รูปร่างหน้าตาจิ้มลิ้ม สาวน้อยคนนั้นยิ้มแย้มแจ่มใ