ใจ นางไม่คิดว่าขุนนางผู้มีความสำคัญอย่างเขาจะยินดีไปพบบิดามารดาของตนที่บ้านนอก “ขอบคุณท่านองครักษ์”“เจ้าเลิกเรียกข้าเช่นนี้ได้แล้ว เจ้าเป็นว่าที่ฮูหยินของข้า เรียกข้าว่าพี่ซิ่นสือดีหรือไม่?”เซี่ยเม่ยยิ้มเอียงอาย “เจ้าค่ะ พี่ซิ่นสือ”“ข้าอยากดูห้องนอนของเจ้าได้หรือไม่?”นางอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง นึกถึงยามที่นั่งในรถม้าก็อดจะหน้าแดงขึ้นมามิได้ ฟั่นชุนหลันได้ยินองครักษ์หนุ่มกล่าวเช่นนั้นก็รีบขอตัว“ท่านองครักษ์ ข้าน้อยขอตัวไปดูอาหารกลางวันที่เรือนครัวนะเจ้าคะ” พูดจบนางก็รีบจากไปไม่รอให้เซี่ยเม่ยอนุญาต“ไปกันเถอะ ข้าอยากเห็นห้องเจ้าแล้ว” หู่ซิ่นสือคว้ามือนางแล้วตรงไปยังห้องนอน เขาเดินวนเวียนรอบห้องนางอยู่ครู่หนึ่ง“ท่านเห็นแล้วก็ออกไปข้างนอกกันเถอะเจ้าค่ะ”หู่ซิ่นสือทำหน้านิ่งหันกลับมาหา “ข้าขอดูให้แน่ใจก่อนว่า คืนนี้จะแอบย่องเข้าห้องเจ้าด้านใดดี?” เมื่อเห็นเซี่ยเม่ยสะดุ้งเขาก็อดจะหัวเราะมิได้ “ข้าล้อเจ้าเล่นเราเป็นคู่หมั้นกันแล้วข้าไม่จำเป็นต้องแอบเข้ามาหาเจ้าเลยสักนิด” เขาจูงมือนางไปนั่งที่ริมเตียง “ต่อไปเตียงนี้ข้าก็จะมานอนกับเจ้า เม่ยเอ๋อร์ นับตั้งแต่ท่านอ๋องเก้าออกปาก เจ้าก็ถือว่าเป็นภรรยาของข้าแล้ว”นางสบตาเขาด้วยประกายหวานล ้า “ข้าขอบคุณที่ท่านจริงใจกับข้า”“ข้ายังข้องใจสิ่งเดียว” หู่ซิ่นสือยกสองมือของนางขึ้นมาแนบอก “ข้าอยากรู้ว่าเจ้าเต็มใจเป็นภรรยาของข้าหรือไม่?”เซี่ยเม่ยขยับเข้ามาจนต้นขา