“ไม่ได้!” เสียงเขาดังจนแทบเป็นตวาด สวีเม่ยเห็นเขาโมโหก็หน้าถอดสี “เจ้าเห็นเรือนร่างเจ้าหมดแล้ว ข้าไม่อนุญาตให้บุรุษใดมายุ่งกับเจ้าได้อีก”“ตะ แต่ว่า….”“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว เรื่องนี้ข้าจะบอกกับเซี่ยอวี่ซีเอง” เขาต้องแสร้งทำหน้าเคร่งขรึมลุกขึ้น หักใจไม่มองหน้านาง “เจ้าพักผ่อนเสีย” หู่ซิ่นสือรู้ดีกว่าหากอยากให้นางยอมจำนนเขาจะต้องบีบบังคับนางให้ยอมรับเรื่องนี้แต่เนิ่นๆ“เจ้าค่ะ” นางไม่อาจโต้แย้งความต้องการของเขาได้ เพราะเขาเป็นขุนนางชั้นสูงจากเมืองหลวงที่แม้แต่พี่ชายของนางยังต้องให้ความเกรงใจองครักษ์หู่ออกมาจากห้องของนางได้ก็ถอนหายใจแรง เขาเกือบจะเผลอหันไปปลอบใจนาง หากทำเช่นนั้นย่อมเปิดโอกาสให้นางชักแม่น ้าทั้งหลายมาเปลี่ยนใจเขาให้รามือ สิ่งที่ตอนทำในตอนนี้คือรีบไปดักเซี่ยอวี่ซีไว้ก่อน ในฐานะขุนนางที่เหนือกว่านี่เป็นความได้เปรียบที่เขาจะละเว้นไปมิได้ ‘ด้านได้อายอด’หู่ซิ่นสือปลุกใจตนเอง หากเขาทำสิ่งนี้ไม่สำเร็จล่ะก็คงจะถูกฝ่าบาทด่าว่าเป็นหัวหมูแน่!เซี่ยอวี่ซีที่ยังนั่งเช็ดกระบี่อยู่มุมห้องได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างก็แปลกใจ หากเป็นผู้ร้ายก็คงลอบเข้ามาแล้วแต่นี่เหมือนจะขอพบในทางลับ มือปราบหนุ่มขยับไปชิดหน้าต่าง “เจ้าเป็นผู้ใด?”“ข้าเอง หู่ซิ่นสือ” เมื่อได้ยินชื่อนี้ เซี่ยอวี่ซีรีบเปิดหน้าต่างทันใด ร่างเพรียวของใต้เท้าหู่กระโจนเข้ามาแล้วปิดหน้าต่างทันที “ข้ามีเรื่องสำคัญต้องพูดกับเจ้าคืนนี้”บุตรเ