ับน ้าจนทั่วตัวแต่มิได้เสียงของฟั่นชุนหลันตอบสิ่งใดก็เงยหน้าหันไปมองใบหน้าซีดเผือดของชายหนุ่มตรงหน้าทำเอาตะลึงตาค้าง “ว้าย!” นางร้องออกมาแค่นั้นเขาก็พุ่งเข้าไปปิดปากนางไว้“เจ้าอย่าร้องเสียงดัง! ข้ามิได้ตั้งใจจะเข้ามาแอบดูเจ้า”ร่างกายของเขาแนบอยู่กับร่างเปลือยที่ห่อหุ้มด้วยผ้าบางผืนใหญ่เพียงผืนเดียวของนาง สวีเม่ยรู้สึกถึงความร้อนผ่าวของใบหน้าเมื่อลมหายใจของเขาเป่าอยู่ข้างแก้ม หู่ซิ่นสือที่โอบนางไว้ในอกรู้สึกถึงความร้อนที่เกิดจากแขนของเขาแนบอยู่กับแขนของนางและกำลังส่งความร้อนไปทั่วไปร่างกาย บริเวณช่วงล่างของเขาแนบอยู่กับบั้นท้ายกลมกลึงของนางคล้ายจะรับรู้ถึงความนุ่มนิ่มทะลุผ้าบางผืนนั้นผ่านเสื้อผ้าของเขาเองมาจนถึงเนื้อหนังข้างใน“ขะ ข้าไม่ร้องแล้ว ปล่อยข้าเถิด” ใบหน้าของนางแดงก ่าราวกับเป็นไข้“เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ร้องออกมา” ลมหายใจของเขาเองก็เริ่มขาดห้วง“ข้าแน่ใจ”เขาค่อยๆ ปล่อยมือ ผ้าที่นางพันกายเอาไว้เลื่อนแทบหลุดจากไหล่ หู่ซิ่นสือก้มหน้าเล็กน้อยทำให้มองเห็นเนินอกสล้างที่ผ้าคลุมเลื่อนหลุดไป “ผ้าท่านหลุดแล้ว”สวีเม่ยตกใจรีบกุมผ้าปิดช่วงอกไว้แน่น “อุ๊ย!”เขาหันหลังให้นางแล้วเดินออกไปรอที่ห้องโถง สวีเม่ยรีบแต่งตัวด้วยอาการมือสั่นเทา นางไม่รู้ว่าเขาเห็นสิ่งใดบ้าง นางนึกทบทวนตอนที่นางลุกขึ้น แย่แล้ว!ร่างกายของนางเขาได้เห็นหมดแล้ว จากนี้ไปจะมีหน้าไปรับประกันความบริสุทธิ์ผุดผ่องของตนเองต่อผู้ใด