ยามเฉินเซี่ยอวี่ซีเดินทางพร้อมฮูหยินของตนไปยังหมู่บ้านผู้ประสบภัย เมื่อไปถึงก็เห็นบ่าวรับใช้และพ่อครัวกำลังขมักเขม้นเตรียมข้าวต้มแจกอยู่ คุณหนูใหญ่หยางเยียนเดินนวยนาดตรวจตราหม้อข้าวต้มอยู่อย่างใกล้ชิด นางขยับเข้าใกล้หัวหน้าพ่อครัวก่อนจะกระซิบบางอย่าง ทว่าเซี่ยอวี่ซีหันกลับมามองเห็นพอดีนางรู้ตัวจึงแสร้งเดินถอยห่างออกมา“ท่านพี่ ท่านไปนั่งจิบชารอด้านหน้าเถิดเจ้าค่ะคงต้องรออีกหน่อยข้าวต้มก็จะเสร็จเรียบร้อย วันนี้ข้าให้เขาทำผัดผักกับหมูเค็มเพิ่มด้วยเห็นว่าคนในหมู่บ้านคงจะเบื่อข้าวต้มกันแย่แล้ว” นางโปรยยิ้มหวานเดินเข้าคล้องแขนสามี น่าแปลกที่วันนี้เซี่ยอวี่ซีไม่ได้แสดงอาการรำคาญนางเหมือนเคย“เจ้าดูแลงานไปเถิด ข้าจะไปดูรอบๆ หมู่บ้านเสียหน่อย” เขาพยักหน้าให้นางแล้วออกไปเรียกมือปราบที่ติดตามมาด้วยอีกสองคนออกไป เซี่ยอวี่ซีหนักใจนักเมื่อวานใต้เท้าหู่สารภาพว่าฆ่าคนที่มาดักรถม้าของน้องสาวเขาไปสิบคนแต่ศพพวกนั้นถูกเอาไปฝังหมดแล้ว หน่วยมือปราบของเขารายงานขึ้นมาว่ามีมือปราบหายไปห้าคน เขาจึงทำตัวตามน ้าสั่งให้คนไปออกตามหาแม้จะรู้ว่าไม่มีวันหาพบ หู่ซิ่นสือยืนยันว่าในกลุ่มคนร้ายพวกนั้นมีมือปราบอย่างแน่นอนเพราะฝีมือในการต่อสู้มิใช่โจรป่าธรรมดา หญิงสาวที่คอยคนข้าวอยู่หน้าเตาเหงื่อซึมออกมาเรื่อยๆ นางลอบสังเกตคนรอบข้าง สตรีในชุดงดงามที่เดินนำหน้าสาวใช้อีกสองคนเข้ามานั้นพอจะเดาได้ไม่ยากว่าคือผู้ใด“คุณหนูใหญ่