ึงพาเขาเข้าไปรอด้านใน แต่เมื่อทั้งสองนั่งประจันหน้ากันนางจึงได้รู้ว่าตนเองกับเขายังมิได้สนิทชิดเชื้อกันนักการพาบุรุษมาถึงหน้าเตียงนอน ซ ้ายังนั่งอยู่สองต่อสองช่างชวนอึดอัดใจยิ่ง“เชิญคุณชายดื่มชาก่อนเถิด”“เม่ยเอ่อร์ เจ้าเรียกข้าว่าพี่ซิ่นสือก็ได้” เขาหยิบจอกชาที่นางรินให้ก่อนจะเอ่ยด้วยน ้าเสียงราบเรียบ“เอ่อ…จะดีหรือ?” นางยังเก้อกระดากที่จะเรียกเขาอย่างสนิทสนม“เราต่างกุมความลับซึ่งกันและกัน สมควรแล้ว” หู่ซิ่นสือถือโอกาสบอกให้นางรู้ว่าตนเองยังมิได้แต่งงาน“ครอบครัวของข้ามิใช่ขุนนางใหญ่นักแต่ก็รับราชการกันมาหลายรุ่น บิดาข้ามีอนุภรรยาเพียงสองคน พวกนางล้วนปฏิบัติตนในกฎระเบียบตระกูลอย่างเคร่งครัดครอบครัวข้าจึงค่อนข้างสงบสุข”“แสดงว่าท่านแม่ของท่านต้องเป็นผู้เข้มงวดมากอย่างแน่นอน”“อืม…ก็คงเป็นเช่นนั้น เพราะท่านแม่ข้าก็เกิดในครอบครัวทหาร นางจึงเป็นคนดุอยู่สักหน่อย” หู่ซิ่นสือเห็นนางฟังแล้วเงียบไปก็ชักใจไม่ดี “แต่ท่านแม่ก็มีข้อดียิ่งอยู่ข้อหนึ่ง นั่นคือนางเป็นคนมีเหตุผลและไม่ค่อยสนใจคำพูดของผู้อื่นนัก หากนางเกรงผู้คนติฉินป่านนี้ข้าคงมีอนุสักสองสามคนแล้ว”“แม้แต่อนุท่านก็ไม่มีหรือ?”“ไม่มี ข้ายังไม่ถูกใจผู้ใด”หู่ซิ่นสือมิได้เล่าว่าในวัยหนุ่มเขาเคยมีสาวใช้อุ่นเตียงสองคนที่ชมชอบยินดีมอบกายให้เขา แต่ภายหลังเพราะทำงานรับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้จึงไม่ค่อยได้สนใจพวกนาง สาวใช้ทั้งสองจึงหันไปมีคู่รักเป็นบ่าวรับ