“เจ้าคิดจะอยู่กับเขาแบบนี้ไปถึงเมื่อใด?”“ข้าไม่มีวันไปจากพี่อวี่ซี” นางปรายตามามองชายหนุ่มตรงหน้า “ไม่ว่าผู้ใดจะดีกว่าเขาสักแค่ไหน? ข้าก็จะจงรักภักดีกับเขาเพียงผู้เดียว”หู่ซิ่นสือได้ยินนางยืนยันหนักแน่นเช่นนั้นก็นึกหมั่นไส้ “อืม…หากเจ้ามั่นใจถึงเพียงนั้นเห็นทีใต้เท้าเซี่ยผู้นี้คงดีกับเจ้ามากเทียว”ใบหน้าที่ยังคงแดงเพราะฤทธิ์สุราของนางเชิดขึ้น“แน่นอน อ๊ะ! ว่าแต่ท่านมาที่นี่ในยามบ่ายเพราะต้องการสนทนากับฟังข้าเล่นผีผาแค่นั้นหรือ?”“ก็คงเป็นเช่นนั้น”“เอาเถอะ ข้ายังพอเล่นผีผาให้ท่านฟังไหว” นางลุกขึ้นไปหยิบผีผาที่วางไว้ริมห้องขึ้นมาบรรเลงบทเพลงให้เขาฟัง ทว่าชายหนุ่มฟังอยู่เพียงสามเพลงก็ขอตัวกลับ เมื่อเห็นเขาลับหายไปทางประตูด้านหน้า สวีเม่ยก็รีบร้องหาฟั่นชุนหลัน“เจ้าไปไหนมา? ข้ากำลังจะออกไปชานเมืองสักหน่อย”“เอ่อ! ข้ากำลังงงที่ตนเองมานอนอยู่ข้างประตูเล็กด้านหลังหอซิงเยว่ได้อย่างไร?” สวีเม่ยเห็นท่าทีเงอะงะของนางก็รีบโบกมือ“เจ้ารีบไปเก็บขนมใส่กล่อง แล้วก็เอาเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ข้าเตรียมไว้มาเถอะ”“คุณหนูจะไปเยี่ยมเสี่ยวหลงอีกแล้วหรือ?”“อย่าถามมากอยู่เลย ดีที่คุณชายหู่กลับไปเร็ว ไม่งั้นข้าก็คงออกไปมิได้”สองนายบ่าวเตรียมของแล้วก็รีบรุดออกทางประตูเล็ก เดินลัดเลาะตรอกด้านหลังแล้วเรียกรถม้ารับจ้างคันที่ใช้ประจำออกไปนอกเมือง หู่ซิ่นสือที่ซุ่มรออยู่ด้านนอกเห็นดังนั้นก็รีบตามไป รถม้าคันเล็กออกจากประตูเมื