องไปทางทิศตะวันออก ด้วยความที่กลัวว่าพวกนางจะสังเกตเห็นตน องครักษ์หู่จึงตามอยู่ห่างๆ ออกจากกำแพงเมืองไปไม่ไกลนัก ปรากฏกลุ่มชายฉกรรจ์อาวุธครบมือพุ่งมาขวางรถม้าเอาไว้“คนในรถออกมาเดี๋ยวนี้ หากยอมไปกับพวกเราแต่โดยดีจะไว้ชีวิตทั้งหมด”สวีเม่ยตั้งสติอย่างรวดเร็ว นางร้องถามออกไป“พวกเจ้าจะมาปล้นทรัพย์เช่นนั้นหรือ? พวกเขามิได้มีเงินมากนักหรอกแต่หากพวกเจ้าต้องการก็ให้ไปได้อย่าคิดทำร้ายพวกเราเลย”“พวกข้าต้องการตัวเจ้า แม่นางสวี หากยอมไปกับพวกข้าแต่โดยดีก็จะไว้ชีวิตสาวใช้กับคนขับรถม้านี่”สวีเม่ยกับฟั่นชุนหลันหันไปสบตากัน “พวกเขาหวังจะทำร้ายข้านี่เอง”นางคณิกาคนงามจึงแหวกผ้าบังด้านหน้ารถม้าออกมา “ที่แท้พวกเจ้าถูกนางปีศาจนั่นส่งมาเพื่อกำจัดข้า นี่คงดักรอข้านานแล้วกระมัง?”ชายร่างใหญ่ถือดาบใบหน้าถมึงทึงด้านหน้าตะโกนออกมา “เจ้าก็รู้ตัวดีอยู่แล้ว อาจหาญยุ่งเกี่ยวกับผู้มีอำนาจวาสนามากกว่าก็ย่อมได้รับความเดือดร้อน”“หึ! เจ้ามันพวกโจรไร้คุณธรรม จะขอร้องไปก็คงมิได้รับความเห็นใจ เสียดายใต้เท้าเซี่ยไม่อยู่ หาไม่แล้วชีวิตของพวกเจ้าคงจะมิได้เห็นตะวันพรุ่ง” สวีเม่ยหันไปพยักหน้าให้กับฟั่นชุนหลัน สาวใช้คนสนิทจึงยื่นกระบี่ให้นาง “วันนี้อย่างมากก็สู้ตายกับพวกเจ้า”“สตรีอ่อนแอเช่นเจ้าอย่าคิดสู้กับพวกเราให้เหนื่อยแรง”“อย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลย แน่จริงก็เข้ามา” สวีเม่ยกระโจนออกไปยืนขวางอยู่หน้ารถม้าด้วยท่าทีองอาจหู่ซิ่นสื