อที่แอบดูอยู่รู้สึกแปลกใจที่นางกล้าต่อกรกับบุรุษที่มารุมล้อมทั้งห้า นางถอดฝักกระบี่ออกแล้วกวัดแกว่งด้วยความคล่องแคล่ว‘ที่แท้นางก็เป็นวรยุทธ์ แต่ยามอยู่ในหอซิงเยว่แสร้งทำตนเป็นสตรีอ่อนแอ’หู่ซิ่นสือพอจะดูออกว่านางไม่ถึงกับฝีมือสูงส่งแต่ก็พอจะต่อสู้กับชายทั้งห้าได้ไม่ลำบากนับว่าพอใช้ได้เขาลอบสังเกตอยู่นาน ร ่าๆ จะออกไปช่วยนางหลายครั้งแต่เมื่อเห็นว่านางสามารถเอาชนะไปได้แล้วสามคนเขาก็พ่นลมหายใจยาวออกมา ไม่นานนักคนทั้งห้าก็แตกตื่นเตลิดหนีไป ชายวัยกลางคนที่รับจ้างขับรถม้ายืนปรบมือชื่นชม“แม่นางสวียังเก่งกาจเช่นเดิม เรารีบไปกันเถอะก่อนพวกมันจะไปพาพวกกลับมา”“จริงด้วยคุณหนู”รถม้าคันเล็กรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว หู่ซิ่นสือเองก็รีบควบม้าตามมิให้คลาดสายตา เขาอยากรู้ว่านางยังมีความลับใดซ่อนไว้อีก รถม้าคันนั้นขับวกวนไปจนถึงหมู่บ้านเห็นหนึ่ง แต่ก็วิ่งอ้อมไปยังท้ายหมู่บ้านจนถึงบ้านเล็กที่ซ่อนอยู่หลังกอไม้ใหญ่ รถม้าคันนั้นถูกนำไปจอดซ่อนไว้ด้านหลังเรือน หู่ซิ่นสือผูกม้าไว้ไกลพอที่พวกนางจะไม่เห็นแล้วย่องเข้าไปด้านหลังสตรีงดงามผู้หนึ่งจูงเด็กผู้ชายออกมาต้อนรับ“พี่สะใภ้ ไม่ต้องมารับพวกข้าดอก เข้าไปข้างในก่อนเถิด” สวีเม่ยรีบร้องสั่ง สองแม่ลูกจึงพากันเข้าไปข้างใน“ผู้ใดตามเจ้ามางั้นหรือ? จะเป็นใครไปได้อีกเล่า?คงเป็นคนของคุณหนูใหญ่น่ะสิ นางคิดแค้นข้านักถึงขั้นอยากจะเอาชีวิต”“เดือดร้อนเจ้าจนได้ แล้วนี่เมื่อใดเ