สุราขึ้นจิบแล้วชิมเนื้อแพะน ้าแดง“อร่อยจริงๆ เจ้ารีบกินเร็วเข้าก่อนจะมีคนมาเรียกข้าไปต้อนรับแขก”ทั้งสองกินไปคุยกันไป หงซือซือในร่างฟั่นชุนหลันหลอกถามเรื่องครอบครัวของนางจึงได้รู้ว่าที่แท้บิดามารดาของนางยังมีชีวิตอยู่ ‘เห็นทีฟั่นชุนหลันผู้นี้คงรู้เรื่องราวของสวีเม่ยละเอียดละออเลยเทียวหรือว่านางเป็นผู้กุมความลับอีกคน’เสียงฝีเท้าดังเป็นระยะๆ มาจนถึงหน้าห้อง สตรีทั้งสองหันไปดูพร้อมกัน“เม่ยเอ๋อร์ ดีจริงที่เจ้าอยู่พอดี คุณชายหู่มาขอพบเจ้า”“หือ! ข้ากับเขาเพิ่งพบกัน เมื่อเช้าเองนะ”“เขาบอกว่าอยากสนทนาและฟังเจ้าบรรเลงดนตรีสักหน่อย เขายอมจ่ายตั้งยี่สิบตำลึงเชียว” สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยดูตื่นเต้น มิค่อยมีบุรุษที่ยอมจ่ายขนาดนี้เพียงเพื่อมานั่งพูดคุยและฟังเพลงในยามบ่าย เมื่อหู่ซิ่นสือผู้นี้มานางจึงตื่นเต้นนัก“คุณหนู เราเพิ่งกินอิ่มกันพอดี ประเดี๋ยวข้าเก็บโต๊ะต้อนรับคุณชายหู่ดีกว่า วันนี้ท่านเพิ่งจ่ายเงินไปจำนวนมาก เหตุใดเราจึงไม่หาเงินเพิ่มเล่า?”“เจ้าคิดดี ข้าเชื่อเจ้า เช่นนั้นเราก็รีบเก็บโต๊ะอาหารกันเถอะ” สองนายบ่าวรีบช่วยกันเก็บโต๊ะอาหารแล้วเปิดเอาขนมเปี๊ยะในกล่องที่เหลือมารอต้อนรับหู่ซิ่นสือ ครั้นชายหนุ่มเข้ามาในห้อง สวีเม่ยก็จุดเตาเล็กอุ่นน ้าชารออยู่พร้อมกับจานขนมอีกสามอย่างแล้วหงซือซือถือโอกาสที่ทั้งสองคุยกันหลบกลับไปยังตรอกที่หมิงเฟยหลงรออยู่ เมื่อนางวิ่งไปถึง สามีก็ยืนหน้าหงิกรออยู่ “ขอโท