ม่ยถามโดยที่ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่ปิ่นหยกกับปิ่นไม้แกะสลักตรงหน้า นางยังเลือกไม่ถูกเลยว่าแบบใดสวยกว่ากัน?“แม่นางสวี ช่างดีจริงที่เจอเจ้าที่นี่”นางเงยหน้าเมื่อได้ยินน ้าเสียงคุ้นเคย “อ้อ!คุณชายหู่ ท่านมาเดินตลาดด้วยหรือ?” นางดูท่าทางเขาแล้วก็พอจะรู้ว่านี่มิใช่ความบังเอิญ“กำลังเลือกปิ่นอยู่หรือ? หากตัดสินใจเลือกมิได้ก็ซื้อไปทั้งคู่เสียเลยสิ” เขาหันไปหยิบเงินจ่ายให้เจ้าของร้าน “ข้าซื้อให้นาง แค่นี้พอจ่ายหรือไม่?”พ่อค้าวัยกลางคนยิ้มกว้าง “พอขอรับ” เขารีบควักเงินทอนออกมาก่อนจะหันไปยิ้มให้สวีเม่ย “แม่นางช่างโชคดีนัก”“ขอบคุณคุณชายหู่” นางยิ้มน้อยๆ การได้รับของมีค่าจากบุรุษมากหน้าเป็นเรื่องธรรมดา แม้นางยังไม่รู้จุดประสงค์ที่แน่ชัดของหู่ซิ่นสือแต่ก็มิได้วางใจ“ข้าเพียงอยากเชิญแม่นางสวีไปดื่มน ้าชาที่ร้านข้างหน้าสักครั้ง ไม่ทราบว่าแม่นางจะให้เกียรติข้าสักหน่อยได้หรือไม่?” เขาผายมือไปยังร้านน ้าชาด้านหน้าสวีเม่ยรู้สึกหิวหน่อยๆ อันที่จริงขนมเปี๊ยะของร้านนั้นรสชาติถูกใจนางมากจนต้องส่งฟั่นชุนหลันมาซื้ออยู่บ่อยๆ รวมถึงซื้อไปฝากคนที่บ้านด้วย“ยินดีเจ้าค่ะ” ในเมื่อเป็นคำเชิญชวนของเขา นางจะได้ถือโอกาสสั่งขนมเปี๊ยะเยอะๆ ฝากกลับบ้านพอดี“เช่นนั้นเชิญแม่นาง” ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปร้านน ้าชาโดยมีฟั่นชุนหลันตัวปลอมเดินตามหลังยิ้มแย้มพอใจที่หู่ซิ่นสือทำได้ดีเกินความคาดหมายเพื่อให้สวีเม่ยรู้สึกไว้วางใจเขาจึ