งมิได้พูดคุยกับนางนานนัก เขารู้อยู่แล้วว่านางชอบขนมร้านนี้จึงสั่งให้เสี่ยวเอ้อร์ไปเตรียมขนมมาสองห่อใหญ่“นี่เป็นของฝากจากข้า แม่นางถือกลับไปรับประทานด้วยเถิด”“ท่านไม่คิดว่ามากเกินไปหรือ?”“เจ้าอยากจะเอาไปฝากผู้ใดก็ได้นี่? วันนี้ข้ามีธุระต้องไปต่อสนทนากับเจ้าได้ไม่นานนัก โอกาสหน้าจะไปขอฟังเจ้าบรรเลงกู่เจิงที่ซิงเยว่ก็แล้วกัน”สวีเม่ยรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้ารู้ทันตนเองเรื่องขนมแต่เมื่อผลประโยชน์มาตกอยู่กับนางก็ไม่เห็นจะต้องปฏิเสธ นางพยักหน้าให้ฟั่นชุนหลันถือเอากล่องขนมแล้วหันไปกล่าวคำอำลากับหู่ซิ่นสือ“คุณหนูท่านว่าคุณชายหู่เป็นอย่างไรเจ้าคะ?”“ข้ายังมองไม่ออกว่าคนผู้นี้ต้องการสิ่งใด? ดูต่อไปอีกหน่อยเถิด เขาไม่อาจกลบเกลื่อนความต้องการได้นานแน่”ฟั่นชุนหลันยิ้มกริ่ม ‘เห็นทีนางเฉลียวฉลาดมิใช่เล่น หู่ซิ่นสือรูปงามร ่ารวยและยังให้เกียรตินางปานนี้ยังมิได้หลงใหลได้ปลื้ม’“เจ้ารีบเดินเข้าเถิด ประเดี๋ยวท่านลุงเฉียวจะมาถึงเสียก่อน” นางเร่งฝีเท้ากลับยังหอซิงเยว่รีบเข้าไปพับเอาตั๋วแลกเงินใส่ในซองสองใบก่อนจะสอดไว้บนกล่องขนมเปี๊ยะห่อหนึ่ง “ท่านลุงมิได้มาเดือนหนึ่งแล้วป่านนี้พวกเขาอาจจะต้องการเงินเพิ่มขึ้น” นางนั่งอยู่บนระเบียงชั้นสองคอยมองประตูเล็กด้านหลัง ไม่นานนักคนเฝ้าประตูก็เปิดให้ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเข้ามาสวีเม่ยหยิบห่อขนมเปี๊ยะแล้วรีบเดินลงไปหา“เม่ยเอ๋อร์เจ้าตั้งหน้าตั้งตารอข้าถึงเพียงนี้เทียว”“ท่านล