มกว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่หัวหน้าของพวกเขาพามาเชยชมสตรีในหอโคมเขียว ปกติแล้วหัวหน้าหู่มักจะทำหน้าเคร่งขรึมจริงจังอยู่เสมอ“ได้! พวกข้าเลือกเอง ท่านนั่งดื่มอยู่เฉยๆ เถิด”เมื่อชายหนุ่มทั้งสองกระซิบบอกเถ้าแก่เนี้ยแล้ว สตรีโฉมสะคราญทั้งสี่ก็นวยนาดมานั่งแทรกระหว่างคุณชายทั้งสามแล้วเริ่มรินสุราชวนฉอเลาะคุณชายหู่ควักถุงเงินออกมาแล้วเริ่มแจกพวกนางคนละหนึ่งตำลึง “คืนนี้พวกเจ้าดูแลเขาทั้งสองให้เต็มที่ ส่วนข้าอยากจะสนทนากับแม่นางสวี ไม่รู้ว่าพวกเขามีผู้ใดจะช่วยข้าได้บ้าง”“อืม…หากท่านกล้าสู้ราคาแค่สนทนากับสวีเม่ยก็มิได้ยาก แต่หากหวังจะมากกว่านั้นเห็นทีนางจะไม่รับ”หนิงเอ๋อร์ยกยิ้มมุมปากด้วยความริษยาก่อนจะร่ายเรื่องราวของสวีเม่ยเช่นเดียวกับที่บอกหงซือซือไปเมื่อวันก่อน หู่ซิ่นสือที่ได้ฟังเรื่องนี้มาแล้วก็อมยิ้ม“ข้าได้ยินคำเล่าลือถึงความงดงามของนางมามาก อยากจะสนทนากับนางเป็นการส่วนตัวในยามนี้เลย เจ้าไปกระซิบบอกเถ้าแก่เนี้ยทีว่าราคานั้นข้าพร้อมสู้” ได้ยินหัวหน้าหู่กล่าวเช่นนั้น องครักษ์ทั้งสองถึงกับหันขวับมามองด้วยความประหลาดใจ“ได้เจ้าคะ ข้าไปเดี๋ยวนี้เลย” หนิงเอ๋อร์รีบคว้าเงินตำลึงเข้าเก็บในสาบเสื้อก่อนลุกไปบอกกับเจ้าของหอซิงเยว่ด้วยน ้าเสียงตื่นเต้น เถ้าแก่เนี้ยยิ้มหวานตรงมาหาที่โต๊ะของบุรุษทั้งสามในทันที“ท่านอยากสนทนากับสวีเม่ยหรือเจ้าคะ? ข้าจะจัดการให้เดี๋ยวนี้เจ้าคะ ไม่ทราบว่าคุณชายหู่ยินดีจ่ายส