ักเท่าใด?”ใบหน้าเคร่งขรึมคมคายของหู่ซิ่นจือมีรอยยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบถุงเงินออกมาวาง “ยี่สิบตำลึงคงพอจะนั่งสนทนากับนางได้กระมัง?”“โอ….คุณชาย ด้วยความยินดีเจ้าค่ะ เชิญท่านไปนั่งห้องระเบียงกลางชั้นบนได้เลย ข้าจะได้คนไปตามสวีเม่ยมาเดี๋ยวนี้” ใบหน้าที่แต่งไว้หนาเตอะหันไปสั่งคน“เจ้ารีบไปตามสวีเม่ยไปที่ห้องข้างบนเร็วเข้า”นางกุลีกุจอเชิญคุณชายรูปงามจ่ายหนักขึ้นไปชั้นบน พร้อมเรียกให้เสี่ยวเอ้อร์มารับรายการอาหารที่หู่ซิ่นสือต้องการอีกสองสามอย่าง ชั่วอึดใจร่างแน่งน้อยแต่งกายงดงามก็ถือผีผาเดินเข้ามาแล้ววางเครื่องดนตรีนั้นลงบนเก้าอี้มีพนักพิง องครักษ์หู่เงยหน้าจากถ้วยชามองนางอย่างสำรวจ ในสายตาของเขานางงดงามมากหากเทียบกับสตรีทั่วไป แต่ก็มิได้มากไปกว่าสตรีสูงศักดิ์หลายคนที่เขาเคยพบพานสวีเม่ยรู้สึกแปลกใจในตัวคุณชายตรงหน้า แม้เถ้าแก่เนี้ยจะบอกนางว่าเขายอมจ่ายถึงยี่สิบตำลึงเพื่อพูดคุยกับนางเป็นการส่วนตัว แต่สายตาของเขากลับดูไม่ยินดีที่ได้พบนางสักนิด “ข้าน้อยสวีเม่ย คารวะคุณชาย”“ข้าหู่ซิ่นสือได้ยินผู้คนร ่าลือถึงเจ้าจึงอยากจะมาพบสักครั้ง” เขาผายมือเชิญให้นางนั่งลงเก้าอี้ถัดไปหญิงสาวยิ้มก่อนหย่อนร่างลงนั่ง“ผู้คนเล่าถึงข้าว่าอย่างไรบ้างหรือเจ้าคะ?” นางยิ้มน้อยๆ“แม่นางสวีเป็นสตรีงดงาม กริยาแช่มช้อย เฉลียวฉลาด มีความสามารถรอบด้าน และยังเล่นผีผาได้ไพเราะที่สุดในเมืองชิงหลิว”“คำกล่าวขวัญของผู้คนอาจจะมีความจ