ริงอยู่แค่ครึ่งเท่านั้นเจ้าคะ”“ข้าก็เคยคิดเช่นนั้น แต่เมื่อมาเจอแม่นางแล้วกลับเห็นว่าคำพูดเหล่านั้นมิได้เกินเลยแต่อย่างใด” เขายิ้มก่อนสบตากับนาง สวีเม่ยรู้สึกวางใจ บุรุษตรงหน้าเอ่ยคำพูดคล้ายกับสหายโดยมิได้เจืออาการแทะโลมนางสักนิด“ขอบคุณ คุณชายที่เยินยอข้า”“ข้าพูดไปตามที่เห็น เหลือเพียงอย่างเดียวคือข้ายังมิได้ฟังเจ้าบรรเลงผีผา” สวีเม่ยหัวเราะเบาๆ “ข้าเสียมารยาทแล้ว ท่านอยากฟังเพลงใดเล่า?” นางลุกหยิบผีผาที่วางไว้บนเก้าอี้แล้วมานั่งอยู่ไม่ไกลเขานัก“ข้ามิได้สันทัดเรื่องดนตรี ขอเพียงเจ้าเล่นเพลงที่ทำให้ข้ารื่นรมย์ได้ก็พอแล้ว” “คืนนี้พระจันทร์สวยงามเช่นนั้นข้าจะเล่นเพลงชมจันทร์ให้ท่านฟัง” ห้องใหญ่บนชั้นสองติดระเบียงด้านหน้านี้มีประตูเปิดออกรับแสงจันทร์ได้ถึงสามบาน แสงจันทร์ในจึงสาดส่องเข้ามาเต็มที่ สวีเม่ยบรรเลงเพลงทำนองรื่นเริง หู่ซิ่นสือจิบสุราเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ตนเองมีอารมณ์ที่อยากจะชวนนางพูดคุย จะว่าไปภารกิจก็ทำเขาอึดอัดมิใช่น้อยหากฮ่องเต้ส่งเขาไปตามล่านักฆ่าก็คงจะง่ายกว่า‘บุรุษผู้นี้ช่างแปลกนัก คนทั้งหลายล้วนมาเพื่อเกี้ยวข้า แต่เขาคล้ายจะมาจับผิดเอาแต่มองอยู่เงียบๆจนข้าไม่รู้จะทำตัวเช่นใด’นางเองก็ลอบสังเกตกริยาท่าทางของเขา บุรุษผู้นี้ดูองอาจผึ่งผายท่านั่งท่ากินของเขาได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี รูปร่างหน้าตาก็นับว่าโดดเด่น จะว่าไปคนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องมาจ่ายเงินเพื่อสนทนาหรือฟังนางเล่