วม เมื่อหม่อมฉันออกมาก็ได้แต่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ไม่กล้าขยับเขยื้อนจนกระทั่งพวกมันเห็นว่าไฟเริ่มลุกไหม้เรือนรอบข้างหมดแล้วก็พากันจากไป หม่อมฉันจึงออกจากที่ซ่อนและเข้าไปช่วยเหลือคนออกมาได้เพียงไม่กี่คน จากนั้นก็รีบแอบกลับเรือนแล้วพาบุตรและภรรยาหนีโดยแสร้งเขียนจดหมายทิ้งไว้ว่าท่านปู่ป่วยหนักให้หม่อมฉันรีบกลับบ้านนอก พวกเราไม่กล้าพักรถเดินทางรอนแรมมาจนถึงเมืองชิงหลิวแห่งนี้เพราะมีสหายในวัยเด็กคือซุนหลวนเหยาย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่ ครานั้นหม่อมฉันไม่กล้ากลับบ้านเปิดเพราะเกรงจะถูกล่าสังหาร”ภาพผู้คนถูกลากร่างที่สิ้นชีวิตแล้วโยนเข้าไปในเปลวไฟยังแจ่มชัดในความทรงจำ บ่าวและนางกำนัลในวังชงหยวนถูกฆ่าตายทั้งๆ ที่ไม่มีความผิด เสียงกรีดร้องขอชีวิตของคนมากมายที่เจียงห่าวได้แต่ซุ่มมองทั้งที่ขาสั่นพั่บๆ “ข้าจดจำวันนั้นมิมีลืม แม้จะหนีมาได้แต่ก็ฝันร้ายทุกค ่าคืน ความทุกข์ที่ได้เห็นผู้คนล้มตายโดยตนเองไม่อาจช่วยได้กัดกร่อนจิตใจข้านัก”“ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีคนเอ่ยถึงชื่อท่านสักครั้ง”“หม่อมฉันอาจจะโชคดีที่พวกเขาไม่รู้ว่าหม่อมฉันรู้เห็นเหตุการณ์ ผ่านไปหลายปี หม่อมฉันจึงได้ให้คนลอบไปสืบเรื่องนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดสงสัยหม่อมฉันแล้วจึงให้น้องชายที่บ้านเกิดเข้าเมืองหลวงไปเพื่อขายคฤหาสน์และทรัพย์สินที่มี แล้วมาอยู่ที่นี่เป็นการถาวร”เจียงห่าวไม่ยอมสร้างคฤหาสน์เพราะเกรงจะเป็นที่สงสัย เขาซื้อที่ดินข้างบ้านสห