เถ้าแก่เนี้ยหลงรีบขยับเข้าไปใกล้ “เผิงฮูหยินเจ้าคะ ท่านเป็นผู้มีผิวพรรณงดงามนัก หากเลือกผ้าสีนี้จะยิ่งขับผิวให้โดดเด่นยิ่งขึ้น” นางหยิบผ้าไหมพับสีขาวนวลขึ้นมาทาบกับผิวฮูหยินท่านเจ้าเมือง“สวยจริงๆ ฮูหยินท่านเอาผ้าพับนี้ไปเถิด หากไม่รีบตัดสินใจประเดี๋ยวภรรยาคหบดีมาถึงเสียก่อนก็จะโดนตัดหน้านะเจ้าคะ” เมื่อได้ยินติงฮูหยินกล่าวเช่นนั้นเผิงฮูหยินก็รีบพยักหน้า“เดี๋ยวข้าน้อยจะลดราคาให้ฮูหยินเองเจ้าคะรับรองว่าท่านได้ผ้าดีราคาถูกที่ไม่อาจหาได้ที่ใดในแคว้นหมิงแล้ว” หงซือซือยิ้มหวานประจบประแจงท่าทางเช่นนั้น หมิงเฟยหลงเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเขาไม่นึกว่าภรรยาของเขาจะรู้จักทำกริยาเช่นนี้ด้วยนางช่างค้าขายเก่งนัก ภายในเวลาไม่นานก็ขายผ้าหมดเกือบครึ่งรถม้าคันใหญ่อีกคันหนึ่งวิ่งมาจอดที่หน้าศาลาว่าการทำเอาทุกคนต้องหันไปมอง “ข้าว่าแล้วเชียว เถ้าแก่เนี้ยซุนมาจนได้” ใบหน้าของติงฮูหยินแฝงอาการไม่พอใจ“นางมีเงินมาก พอได้ยินข่าวจะรีบมาก็คงไม่แปลก”หงซือซือหันไปจับตาผู้มาใหม่ สตรีร่างท้วมที่ลงจากรถม้าคันนั้นใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้ม “มีผ้าคุณภาพดีขนาดนี้มาจำหน่าย น่าเสียดายที่ข้าได้ยินข่าวช้าเกินไป”“มิช้าหรอกเจ้าคะเถ้าแก่เนี้ย ข้ายังเหลือผ้างามๆอีกตั้งเยอะ”เถ้าแก่เนี้ยซุนเดินเข้ามาดูพับผ้าที่กองไว้ให้เลือกบนโต๊ะถึงกับทำตาโต “โอ…ท่านไปเอาผ้าคุณภาพเยี่ยมเช่นนี้มาจากที่ใดกัน? เท่าที่ข้าเคยเห็นหากงดงามเยี่ยงนี้มักจะเป