ายเพื่อสร้างเรือนที่พออยู่สบาย อาศัยอยู่กับภรรยาและบุตรอีกสองคน ซึ่งบัดนี้บุตรคนโตก็แต่งงานและช่วยตระกูลซุนทำการค้า“หม่อมฉันไม่ลงทุนหรือเปิดร้านค้าใดๆ โดยเปิดเผยได้แต่แอบลงทุนกับซุนหลวนเหยาและช่วยเขาค้าขายเพราะเกรงจะสะดุดตาผู้คนเกินไป”“ทั้งสองพระองค์เสด็จมาถึงที่นี่ คงเป็นสวรรค์ลิขิตให้หม่อมฉันได้บอกเล่าสิ่งที่อัดอั้นมาแต่อดีตก่อนที่จะลาจาก” มือเหี่ยวย่นหยิบเอาซองสีน ้าตาลที่หนานูนออกมายื่นให้ “นี่คือคำให้การด้วยลายมือและประทับตราประจำตระกูลของหม่อมฉัน”หมิงเฟยหลงรับเอาจดหมายที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญนั้นมาเก็บไว้ในสาบเสื้อ “ข้าขอบใจที่ท่านยอมแสดงตนเป็นพยานในครั้งนี้”“หม่อมฉันอายุปูนนี้แล้ว อยากจะตายตาหลับ พะยะค่ะ” ดวงตาของชายชราไหวระริก “คนที่ตายเหล่านั้น หม่อมฉันล้วนคุ้นเคยและพบเห็นกันมาหลายปี พวกเขาตายโดยที่หม่อมฉันไม่อาจช่วยสิ่งใดได้ จึงเป็นความผิดบาปที่ฝังอยู่ในใจ”“อย่าได้โทษตนเองเลย ต่อให้ท่านออกมาห้ามพวกเขา ท่านเองก็อาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งศพในกองไฟนั่น จริงสิ! ท่านว่าท่านได้ช่วยเหลือคนจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนั้นเอาไว้”“จำได้หรือไม่ว่าได้ช่วยเหลือผู้ใดบ้าง?”“ท่านหลวนเป้ยเล่อ บุตรบุญธรรมของอดีตฮ่องเต้ พ่อบ้านโหยว ฉีมามาหลี่และคนรับใช้อีกสองคน พะยะค่ะ”“ตรงกับพยานที่ข้าสืบมาได้ พวกเขาเห็นว่ามีคนรอดชีวิตห้าคน แต่ในบันทึกของทางการกลับบันทึกว่ามีศพครบจำนวนคนในวัง”ชายชราแซ่เจียงถอดหายใจยา