ก็เห็นเจ้าหายไป แต่จำอันใดมิได้”เขายิ้มกรุ้มกริ่ม “ที่แท้ ที่แท้เจ้าก็ขึ้นเตียงกับข้าตั้งแต่คืนนั้นแล้ว”“ท่านอย่าขี้ตู่ เราแค่ถอดเสื้อผ้านอนกอดกันเฉยๆ มิได้มีอันใดเสียหน่อย” สีหน้าเลิ่กลั่กของนางทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น“มิน่า! เจ้าถึงหลบหน้าข้า เป็นเพราะเจ้าตื่นมาแล้วเห็นตนเองเปลือยกายกอดอยู่กับข้าใช่หรือไม่?” ดวงตาของฮ่องเต้หนุ่มมีประกายวิบวับ“ไม่เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว นั่นนะ เรามาถึงหอคณิกาพอดี” นางยกมือขึ้นปิดปากให้เขาหยุด ก่อนจะหันไปมองหอโคมเขียวข้างหน้า “ที่นี่คงมีแห่งเดียวกระมัง?”“เมืองแค่นี้เจ้าจะให้มีกี่แห่งกัน?”นางหันมาทำตาขวาง “อย่าบอกนะว่าท่านเคยมาที่นี่แล้ว”“สิบปีก่อนข้ากับน้องห้าเคยเข้ามาดูแล้ว แต่มิได้แตะต้องพวกนางดอกนะ” เขายืนยันหนักแน่น นั่นก็เพราะตนเองมีสนมอยู่ในวังมากมายล้วนงดงาม ไม่จำเป็นต้องออกมาหลับนอนกับหญิงคณิกา“ข้าเชื่อท่าน” นางดูกริยาอาการของเขาแล้วก็มั่นใจว่าเขาพูดจริง “ดีแล้ว! ในเมื่อไม่เคยข้าก็จะได้สบายใจ”หมิงเฟยหลงเห็นนางยกยิ้มมุมปากดูเหี้ยมเล็กน้อยแต่มิได้หันหน้ามาทางเขา ‘เป็นใครข้าก็คงไม่กล้าแตะต้องแล้ว นับแต่สัญญากับเจ้า หากคิดจะทำคงมิได้ตายในมือของผู้อื่นดอก’เหล่าคณิกาที่ยืนเรียกแขกอยู่หน้าตึก เมื่อเห็นสองหนุ่มรูปงามก็รีบถลาเข้าไป “คุณชายทั้งสองช่างหล่อเหลาเสียจริง เชิญเข้ามาข้างในเสียก่อนเถิด พวกเราจะปรนนิบัติให้เพลิดเพลินเทียว” เมื่อหญิงคนแรกหัน