นปะหลับปะเหลือกให้สตรีฝั่งตรงข้าม“หึ! ใครใช้ให้นางทำตัวเย่อหยิ่งราวกับมิใช่หญิงอยู่หอเดียวกับเราเล่า? ทั้งที่นางก็มีคนเลี้ยงดูแท้ๆ แค่มิได้ปรนนิบัติทุกคน”หงซือซือฟังการโต้เถียงของนางคณิกาทั้งสองแล้วรู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีลับลมคมใน “ผู้ใดกันที่เลี้ยงดูหญิงงามไว้ให้หอคณิกา เหตุใดจึงไม่พานางกลับเรือน?”“จะพาไปได้อย่างไรกัน? ท่านเจ้าเมืองชิงชังหญิงคณิกายิ่งนัก”“หนิงเอ๋อร์ เจ้าปากมากไปแล้วนะ” หญิงที่นั่งข้างหงซือซืออีกคนเอ็ดออกมาเสียงดังนางทำตาปรามคนที่เชิดหน้าพูดออกมา“นางวิเศษนักหรือไง? แค่ถูกบุตรเขยท่านเจ้าเมืองเลี้ยงไว้ ซ ้ายังมิใช่นางเพียงคนเดียวเสียด้วยที่ถูกเลี้ยงดู”ทันใดเสียงปรบมือโห่ฮาก็ดังขึ้นจากรอบข้าง สตรีที่ถูกกล่าวถึงเดินชดช้อยเข้ามา ใบหน้าของนางเล็กเพียงฝ่ามือ คิ้วโก่งได้รูป ใบหน้าลงตัวพอเหมาะ แต่หากจะให้เทียบกับหงซือซือแล้วยังห่างไกลนัก หมิงเฟยหลงประเมินสตรีที่ถือผีผาออกมานั่งตั่งบนเวทีเจ้าของหอคณิกาที่เป็นหญิงสูงวัยแต่งกายงดงามก้าวออกมาข้างหน้า“วันนี้เป็นโอกาสอันดีที่แม่นางสวีหายป่วยแล้วทุกท่านจะได้รับฟังการบรรเลงผีผาอันแสนไพเราะของนาง คืนนี้นางจะบรรเลงเพียงสองเพลงเท่านั้น หากมีท่านใดอยากจะฟังเพิ่มขอเชิญประมูลให้นางเล่นเพลงที่พวกท่านต้องการได้”สตรีงดงามที่ถูกกล่าวถึงเริ่มการบรรเลงเครื่องดนตรีสายโดยตั้งฐานแบนกว้างไว้ตรงหน้าขา ชันเครื่องสายขึ้นใกล้กับไหล่แล้วเริ่มบรรเลงเพล