ีตระกูลซุนมีข้าวต้มแจกทุกวันแต่มิได้มีหลายหม้อนัก พวกที่เข้าแถวทันก็ดีไป แต่พวกที่เข้าไม่ทันก็ต้องอด” หญิงชราผู้หนึ่งที่นั่งอยู่กับหลานสาวตัวน้อยบอกกับหงซือซือ “ข้าต้องคอยดูแลหลานผู้นี้ อาศัยนอนที่ศาลเจ้าทุกวัน ดีที่ยังเหลือหลานชายคนโตออกไปรับจ้างพอได้เงินบ้าง แต่พ่อแม่ของเด็กทั้งสองพลัดหายไปตอนน ้าท่วมแม้แต่ศพก็ยังหาไม่พบ”ได้ยินเช่นนั้นหงซือซือจึงควักเงินสามตำลึงให้หญิงชราเอาไว้ใช้ซื้ออาหาร นางยกมือไหว้ประหลกๆ“เถ้าแก่เนี้ยช่างมีเมตตานัก” เมื่อเหลือบมองใกล้ตัวเห็นทั้งสองมีห่อเสื้อผ้าอยู่นางจึงคลายใจ อย่างน้อยสองยายหลานก็ไม่ต้องทนสวมเสื้อผ้าตัวเดิมอยู่ตลอดเวลา หมิงเฟยหลงจึงควักเงินให้ภรรยาแจกจ่ายผู้ประสบภัยเหล่านั้น พวกเขาล้วนกล่าวสรรเสริญเถ้าแก่สองผัวเมียตระกูลหลงที่ใจดีราวกับเทพเซียน“เห็นทีเราคงต้องออกไปดูว่าหมู่บ้านผู้อพยพเป็นเช่นใดบ้าง?”ทุกอย่างเป็นไปตามฎีกาเลือด หู่ซิ่นสือออกไปสืบเรื่องตุลาการศาลประจำเมืองชิงหลิวก็พบว่าเกิดเพลิงไหม้ที่จวนใต้เท้าตุลาการทำให้ครอบครัวนั้นเสียชีวิตทั้งหมด บรรดาญาติจากเมืองฉู่จิ้งมาทำการรับศพไปฝังแล้ว บ่าวไพร่ก็ล้วนแยกย้ายออกจากจวนกันไปหมดสิ้น เมื่อฮ่องเต้ออกไปดูหมู่บ้านผู้อพยพก็พบว่าพวกเขาต้องนอนอยู่เพิงพังๆ อาหารที่แจกมีเพียงข้าวต้มวันละหนึ่งชามต่อคนเท่านั้น แต่ละวันพวกเขาจะออกไปขุดคุ้ยหาของที่เหลือใต้โคลนตมที่ถล่มลงมายังดีที่ในหมู่บ้านนี้มีบ่อน ้