ฮ่องเต้เกร็งร่างเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของชินอ๋อง ขุนนางคนอื่นจึงกราบทูลเสนอความคิดเห็นเมื่อรวบรวมข้อเสนอแนะได้ทั้งหมด อ๋องเก้าก็ยังมิรู้ว่าจะตัดสินพระทัยอย่างไรดี พยายามหันไปสบตาพระเชษฐาหลายครั้งแต่ชินอ๋องกลับทรงนิ่งเฉยเพราะอยากดูว่าฮ่องเต้ตัวปลอมจะแก้ปัญหาอย่างไร? ท่าทีกระสับกระส่ายของเขาทำให้พี่ชายทั้งขำทั้งสงสาร“ฝ่าบาท หม่อมฉันเห็นว่าควรส่งคนไปยังเมืองชิงหลิวในยามนี้เพื่อสำรวจความเสียหายให้ชัดเจนก่อนหากปล่อยให้ขุนนางท้องถิ่นแก้ปัญหาทุกอย่างก็เกรงว่าพวกเขาจะได้รับความลำบาก ระยะนี้ชาวบ้านล้วนไร้ที่อยู่อาศัยและอาหาร เราควรส่งขุนนางจากส่วนกลางไปช่วยเหลือ พะยะค่ะ”ฮ่องเต้ตัวปลอมยิ้มออกมา “ดี! ชินอ๋องกล่าวได้ดีเช่นนั้นเอาตามนั้น เจิ้นมอบหมายให้ชินอ๋องดำเนินได้เลย”ชินอ๋องก้มหน้าลงอมยิ้มเล็กน้อย “พะยะค่ะ”“ส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปเบิกเพิ่มได้ที่กรมการคลัง ใต้เท้าเสิ่นท่านมีเรื่องใดจะกราบทูลหรือไม่?”ฮ่องเต้หันไปทางชายชราที่ยืนอยู่ฝั่งขุนนางฝ่ายบุ๋น ใต้เท้าเสิ่นขุนนางกรมการคลังอาวุโสที่บุตรสาวคือเสิ่นกุ้ยเฟยถูกปลดจากตำแหน่งพระสนมไปอยู่ยังตำหนักว่างจี้ซึ่งเป็นสถานที่กักขังพระสนมที่กระทำความผิด หรือเรียกขานกันว่า “ตำหนักเย็น” สีหน้าของใต้เท้าเสิ่นวันนี้มิค่อยสู้ดีนักเพราะได้ข่าวว่าหลังจากบุตรสาวเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็นแล้วนางมีปัญหาสุขภาพเนื่องจากอาหารการกินก็ไม่อุดมสมบูรณ์และห้องพักในตำหนักเย