เขาเคยยืนอยู่ข้างหลังชินอ๋องในฐานะผู้ช่วย แต่ยามนี้กลับต้องมานั่งอยู่ข้างบน แค่ฟังอยู่ข้างล่างยังปวดหัวจะแย่ คราวนี้ต้องมาคอยฟังพวกเขากราบทูลเรื่องโน่นเรื่องนี่และต้องวินิจฉัยให้พวกเขาฟังอีก หวังว่าคงไม่แสดงท่าทีแย่ๆ ออกไป“หม่อมฉันขอกราบทูลเรื่องการแก้ปัญหาภัยพิบัติเมืองชิงหลิวก่อนพะยะค่ะ”“ว่าไป….”มหาเสนาบดีเจี่ยร่ายยาวเรื่องการช่วยเหลือปราชาชนที่ถูกน ้าท่วมและโคลนถล่มในเมืองชิงหลิวหลังจากส่งข้าวสารและอาหารแห้งจำนวนมากไปช่วยแล้ว ฮ่องเต้ยังทรงพระราชทานเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้เจ้าเมืองชิงหลิวนำแจกราษฎรที่ขึ้นบัญชีครัวเรือนกับทางการอย่างทั่วถึง“ยามนี้เจ้าเมืองชิงหลิวได้รายงานมาว่าการแจกเงินนั้นทำเรียบร้อยแล้ว ส่วนข้าวสารที่ส่งไปนั้นได้มอบหมายให้ผู้นำหมู่บ้านมารับเอาไปแจกแล้วนำลายมือชื่อหรือลายนิ้วมือของชาวบ้านที่ลงรับกลับมาส่ง ซึ่งอยู่ในหีบที่หม่อมฉันให้ขันทีมารับไปแล้ว พะยะค่ะ”“ดี! เจ้าจัดการได้ดี”หลังจากนั้นเจ้ากรมมหาดไทยหลิวจึงกราบทูลเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ของชาวบ้านหลังจากน ้าเริ่มลด “หม่อมฉันเห็นว่า ยามนี้ราษฎรอาจจะลำบากเรื่องอาหารการกินและที่อยู่อาศัยแต่การแก้ปัญหาระยะยาวก็ควรวางแผนให้พวกเขาได้เริ่มต้นเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์โดยเร็วที่สุดพะยะค่ะ”“ท่านมีแผนเช่นใดบ้าง?” ท่านอ๋องเก้านึกถึงท่าทีของฮ่องเต้ที่มักจะทำในยามว่าราชการแล้วเลียนแบบ‘พี่สามสั่งว่าให้ฟังพวกเขา