ู่แล้วยืนเทียบกันก็ยากจะแยกแยะว่าผู้ใดงามกว่า“ใต้เท้าฟ่าน ฎีกาเรื่องภัยพิบัติเจ้าตรวจสอบเรียบร้อยดีหรือไม่?” มหาเสนาบดีเจี่ยที่ดูแลขุนนางฝ่ายซ้ายทั้งสามกระทรวงหันมาสอบถามฟ่านหลี่เจี่ย“ขอรับ! ข้าน้อยตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว” เขามองดูฎีกาเล่มที่ถืออยู่ในมือ ไม่นานนักขันทีอาวุโสอีกผู้หนึ่งก็ถือถาดมารับฎีกาจากเหล่าขุนนางในแต่ละแถวใต้เท้าฟ่านจึงวางฎีกาฉบับดังกล่าวลงไป ขันทีกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เอาฎีกาไปตรวจสอบก่อนถวายฮ่องเต้ มิใช่เพียงดูความเรียบร้อยในการเขียนเท่านั้น หากแต่ยังตรวจสอบด้วยว่ามีพิษปนเปื้อนมาในกระดาษเหล่านั้นหรือไม่?เมื่อทุกคนในห้องโถงยืนประจำการเรียบร้อย อู๋กงกงก็ออกมาตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วโบกมือให้ขันทีน้อยเข้าไปกราบทูลฮ่องเต้ จากนั้นก็กล่าวเชิญเสด็จ“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว!”ท่านอ๋องเก้าที่กำลังจิบชาเพลินจึงลืมไปว่ายามนี้ตนเองอยู่ใต้หน้ากากฮ่องเต้จึงมิได้ทรงลุกขึ้น ขันทีน้อยเห็นฮ่องเต้ทรงนิ่งอยู่จึงร้อนรนเกรงว่าตนจะโดนอู๋กงกงดุเอา “ฝ่าบาท ได้เวลาเสด็จแล้วพะยะค่ะ”ได้ยินเสียงเตือนนั้นฮ่องเต้ตัวปลอมจึงได้สติ“เออจริงสิ! ข้าเป็นฮ่องเต้แล้ว” ขันทีน้อยได้ยินเสียงเสียงพึมพำนั้นก็นึกแปลกใจ ‘ฝ่าบาทตรัสแปลกๆ ทรงเป็นฮ่องเต้มาตั้งนานแล้วไม่รู้ตัวหรือไร?’หมิงเฟยหลงประทับบนพระที่นั่งบัลลังก์มังกรด้วยท่าทีองอาจ เมื่อทอดพระเนตรเหล่าข้าราชบริพารเบื้องหน้าที่ยืนแถวกันยาวเหยียดหลายแถวก็ถอนหายใจยาวลึก