สายตาเยียบเย็นคู่นั้นหันกลับมามองนาง แววตาเจือโทสะพลุ่งพล่าน“เจ้าจะรับประกันด้วยเกียรติของกุ้ยเฟยใช่หรือไม่? หากนางทำผิดจริง อย่าลืมว่าเจ้าในฐานะเป็นนายของตำหนักหรงซิ่งก็ต้องรับผิดชอบด้วย”เสิ่นกุ้ยเฟยผงะกับคำข่มขู่ของฮองไทเฮา “ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันเพียงเห็นว่าต่งมามาหลี่มิได้ทำเช่นนั้นแน่”หมิงเฟยหลงทรงยิ้มเย็น “ถ้าเจิ้นจะบอกว่าเจิ้นคือคนที่สืบเรื่องนี้ด้วยตนเองเล่า? เจ้ายังคิดจะแก้ตัวอยู่หรือไม่?”“ฝ่าบาท!”“จับต่งมามาหลี่ไปโบยเดี๋ยวนี้ โบยจนกว่านางจะยอมรับสารภาพ” พระสุรเสียงกังวานของฮองไทเฮาดังก้องทั่วห้องโถงตำหนักหรงซิ่งชวนสะท้านใจทุกคนเหม่ยห้าวสั่งให้องครักษ์ลากนางออกไปตามคำสั่ง ต่งมามาหลี่กรีดร้องโวยวายขอพระเมตตาจากฮ่องเต้ขณะที่เสิ่นกุ้ยเฟยทรุดร่างลงพื้นเนื้อตัวสั่นเทา“ฮองไทเฮาทรงเมตตาหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันไม่รู้เรื่องนะเพคะ” พระสนม คนงามหยดน ้าตาไหลเป็นทาง เมื่อคลานเข้าไปซบอยู่ที่หลังเท้าของฮองไทเฮาทว่าพระนางกลับทำเพียงเหลือบตาลงเล็กน้อย“รอให้นางสารภาพเสียก่อน เดี๋ยวเราก็จะได้รู้ว่าเจ้าเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่?”ฮองไทเฮากับฮ่องเต้ทรงไม่ตรัสสิ่งใด ทั้งสองพระองค์ต่างจิบน ้าชาอยู่เงียบๆ มีเพียงเสียงสะอื้นน้อยๆ ของเสิ่นกุ้ยเฟยดังมาจากมุมหนึ่ง ที่ดังสุดคือเสียงโบยและโอดโอยจากด้านหน้าโถง“พอแล้ว! เอาที่หนีบนิ้วมา!” สิ้นเสียงของใต้เท้าเหม่ย ต่งมามาหลี่ร้องผวาขึ้น นางเคยเห็นการทารุณขันทีและนางก