ำนัลมาแล้ว พวกนั้นร้องแทบเป็นแทบตายตอนที่ไม้ที่สอดอยู่ระหว่างนิ้วแต่ละนิ้วถูกเชือกบีบรัดเข้าหากัน และยิ่งเหล่าคนที่ทารุณออกแรงมากเท่าไหร่ คนที่ถูกทารุณก็ยิ่งร้องโหยหวนจนชวนขนลุกเท่านั้น เสิ่นกุ้ยเฟยสะดุ้งเฮือกหากยังปล่อยให้ต่งมามาหลี่ถูกทารุณต่อไปความลับทั้งหมดที่เคยเก็บเอาไว้คงยากจะรักษา“ทำให้นางพูดออกมาให้ได้!” ฮ่องเต้ทรงเสด็จออกไปหน้าห้องโถง ยืนดูการทารุณนางกำนัลอาวุโสด้วยสายพระเนตรเย็นชา ความจริงก่อนจะมาที่นี่พระองค์ได้สั่งให้คนจับกุมคนทั้งหมดที่เคยทำงานให้ต่งมามาหลี่และพอจะรู้หลายเรื่องที่เคยสงสัย‘หน้ากากสตรีวังหลังช่างน่ากลัวกว่านางกากของเซียนพันหน้ามากมายนัก’เมื่อฮ่องเต้ตรัสเช่นนั้น เหม่ยห้าวก็รู้ว่าเขาจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้พระองค์ได้คำตอบที่ต้องการหัวหน้าองครักษ์วังหลวงหันไปพยักหน้าให้ผู้ช่วย ฝ่ายนั้นจึงนำเอาเข็มขนาดใหญ่มา การบีบนิ้วมือนั้นย่อมเจ็บปวดเหลือแสน ต่งมามาหลีแทบจะทนไม่ไหวนางกรีดร้องโหยหวนเมื่อองครักษ์ช่วยกันดึงมุมเชือกที่ทั้งสี่ด้าน ซ ้ายังมีคนเสียบเข็มอันใหญ่เข้าปลายเล็บของนางข้างละนิ้ว“หม่อมฉันยอมแล้ว หม่อมฉันยอมพูดแล้ว”เสิ่นกุ้ยเฟยได้ยินคำนั้นเต็มสองหู นางได้แต่ลุ้นว่าต่งมามาหลี่จะไม่พาดพิงถึงตนเอง เสียงภายนอกเงียบไปนาน ส่วนภายในห้องโถงยิ่งเงียบกว่านั้น พระสนมเสิ่นไม่กล้าแม้กระทั่งจะสะอื้นออกมา“ทูลฝ่าบาท ต่งมามาหลี่สารภาพแล้วพะยะค่ะ” ใต้เท้าเหม่ยนำเอากระดา