เพล้ง! เสิ่นกุ้ยเฟยได้ฟังข่าวที่ต่งมามาหลี่กราบทูลแล้วถึงกับปัดถ้วยชากับกาน ้าชากระเบื้องเคลือบตกลงบนพื้นแตกกระจาย “ฝ่าบาททรงโปรดนางถึงเพียงนั้น! แล้วสิ่งที่เปิ่นกงทำจะมีความหมายอันใดเล่า?”“พระสนมระงับความเสียพระทัยก่อนเพคะ ฝ่าบาทก็ทรงโปรดผู้เข้ามาวังหลังใหม่เช่นนี้ทุกครั้งอยู่แล้วแต่ไม่นานก็จะทรงหันไปสนใจผู้อื่น” ต่งมามาหลี่ละเว้นการกราบทูลรายละเอียดไม่ส่วนหนึ่งเพราะนางรู้ว่าหากพระสนมได้ฟังย่อมไม่อาจระงับสติอารมณ์ได้แน่“ทรงร่วมเตียงจนตอนสาย ยามนี้ฟ้าจะมืดแล้วพระองค์ก็ยังไม่ย่างพระบาทออกจากตำหนักเป่าฉี เปิ่นกงจำได้ว่าฝ่าบาทมิเคยอยู่ร่วมเตียงกับผู้ใดนานเกินสองชั่วยามด้วยซ ้า ไม่ว่าจะโปรดปรานเพียงใดพระองค์ก็จะไม่อยู่จนถึงเช้า แต่นี่…นี่แทบจะไม่ออกห่างทั้งวันทั้งคืน” เสิ่นกุ้ยเฟยกำหมัดด้วยมืออันสั่นเทา นางมั่นใจในความงามของตนมาโดยตลอด นางคือหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งวังหลัง ในคราวที่นางย่างเท้าเข้าตำหนักหรงซิ่ง ฮ่องเต้ทรงพอพระทัยในตัวนางนักเสด็จมาเยือนถึงสองคืนติดกัน แต่ก็อยู่เพียงหนึ่งชั่วยามครึ่งแล้วจากไป“หลวนฮองเฮา นางมาเพื่อจะแย่งชิงทุกสิ่งไปจากข้าหรืออย่างไร?” เสิ่น กุ้ยเฟยนึกถึงบทกลอนห้าบรรทัดที่ใต้เท้าเสิ่นพ่อของนางเพิ่งเล่าให้ฟังว่ามันถูกนักเล่านิทานตามโรงน ้าชาเอาไปเล่าต่อให้ชาวเมืองได้รู้กันทั่วหน้า คำทำนายที่เกี่ยวกับฮองเฮาในบรรทัดสุดท้ายนั่นหมายถึงหลวนฮองเฮาดอกหรือ?“ทรงเย็นพระ