ทัยไว้เถิดเพคะ ค่อยๆ คิดแก้ไขกันไป” ต่งมามาหลี่เองก็มีเรื่องที่นางรู้สึกกังวลอยู่เช่นกัน“หม่อมฉันได้ข่าวมาว่าเฉินเฟยเรียกให้ลู่ผินไปพบที่ตำหนัก ไม่แน่ว่านางอาจจะคิดวางแผนบางอย่างอยู่”ปัง! เสิ่นกุ้ยเฟยตบโต๊ะเสียงดังจนต่งมามาหลี่สะดุ้ง“เจ้าไปคอยระวังเผยกุ้ยเหรินกับหานกุ้ยเหรินให้ดีก็แล้วกัน หากปล่อยให้สองคนนั่นไปเข้าข้างเฉินเฟยล่ะก็เราแย่แน่”“กุ้ยเหรินทั้งสองมิได้ตอบรับคำเชิญของเฉินเฟยบางทีพวกนางอาจจะอยากเข้าข้างตำหนักเสียนเหลียงมากกว่า”“เป็นไปได้ เพราะข่าวของฮองเฮาแพร่ไปทั่ววังหลวงแล้ว หากฝ่าบาททรงรักใคร่ฮองเฮาถึงเพียงนี้โอกาสที่พระสนมทั้งหลายจะได้เชิดหน้าคงไม่มีอีกแล้วเห็นได้ชัดว่าฝ่าบาทคงจะพยายามจนกว่าฮองเฮาจะทรงพระครรภ์” พระสนมเสิ่นแทบจะกัดฟันกว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำ“หม่อมฉันจะให้คนจับตาเหตุการณ์ที่ตำหนักเป่าฉีไว้ เราคงต้องรอจังหวะที่เหมาะสมอีกสักนิด” ต่งมามาหลี่คล้ายจะปลอบใจตนเอง นางส่งขันทีคนสนิทออกไปสืบข่าวเสียทั่ววังหลวง เผื่อมีคนเปิดปากข้อมูลที่น่าตกใจออกมา นับตั้งแต่นางไปเรือนอานฉวนในวันนั้นเมื่อกลับมาก็พบว่าตนเองทำต่างหูตกหายไปข้างหนึ่ง แม้จะพยายามหาเท่าใดก็ไม่พบแม้จะส่งคนไปค้นหาทุกพื้นที่ที่ตนไป ต่างหูข้างที่เหลือนางจึงเก็บเอาไว้ในกล่องเล็กในห้องและเก็บไว้ในซอกที่มิดชิดหลังจากปลอบใจพระสนมเสิ่นให้คล้ายเศร้าแล้วนางก็กลับไปยังห้องพักที่เรือนหลังตำหนักอีกครั้งสิทธิพิเศษของมาม