นไปเพคะ เราคงต้องเพิ่มจำนวนอีกสักหน่อย”“เจ้าว่ามา”“ลู่ผินเองก็น่าสนใจนะเพคะ น่าจะลองเรียกนางเข้ามาคุยสักหน่อย”“เจ้าเห็นว่าอย่างไรก็จัดการได้เลย”“เพคะ”หงซือซือกลับออกจากตำหนักเหอผิงด้วยความประหลาดใจ สิ่งที่พวกนางทั้งสองคุยกันล้วนแฝงด้วยปริศนาที่ยังคาดเดามิได้ชัดเจนนัก ทว่าเมื่อลอบสังเกตทั้งสองตำหนักนางก็รู้ได้ว่าพระสนมทั้งสองล้วนแต่มีแผนการ ‘เสิ่นกุ้ยเฟยเล่า? นางได้ชื่อว่ามีตำแหน่งสูงกว่าสนมทั้งสามจะว่าไปก็นับว่าเป็นรองเพียงฮองเฮาเท่านั้น แล้วนางจะเป็นคนมีแผนการน้อยกว่าสนมขั้นเฟยได้อย่างไร?’เมื่อมองดูแดดบ่ายหงซือซือก็รู้สึกว่าตนเองได้เวลาต้องกลับไปตำหนักเป่าฉีแล้ว ดีที่ได้ฮ่องเต้ช่วยปรามทุกคนมิให้เข้ามาหานางโดยอ้างว่านางไม่ค่อยสบายจึงทำให้นางออกไปทำงานได้โดยสะดวก เมื่อหงซือซือที่แปลงโฉมเป็นไป๋เพ่ยเจินเข้าไปในตำหนักหมิงเฟยหลงที่รออยู่ก่อนแล้วก็ทักทายขึ้น“เป็นอย่างไรบ้าง? ข้ารอกินข้าวกับเจ้านานแล้วนะ”หงซือซือมองซ้ายมองขวาไม่เห็นมีผู้ใด “พี่สามท่านเตรียมการได้ดียิ่ง”“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องกลับมายามนี้ หิวหรือยัง? มาเถอะข้ารออยู่นานแล้ว”โต๊ะเสวยเต็มไปด้วยอาหารที่นางชอบ “อืม…ท่านรู้ใจข้านัก ว่าแต่ท่านรู้ได้ยังไงว่านี่คือข้า” หมิงเฟยหลงหันมายิ้มให้นาง“หากคนผู้ใดประทับอยู่ในใจเราแล้ว เราย่อมจะจดจำทุกท่วงท่ากริยาของคนผู้นั้นได้ทั้งหมด ตั้งแต่เห็นไป๋เพ่ยเจินเดินเข้ามาข้าก็รู้แล้วว่านี่คือเจ้า”หงซ