จะปล่อยให้เป้าหมายหลุดรอดออกจากกรงเล็บง่ายๆ เชียวหรือ?’เมื่อพิธีหน้าท้องพระโรงจบลง ก็เป็นการนำเจ้าบ่าวและเจ้าสาวไปส่งตัวยังตำหนักเสียนเหลียง ทั้งตำหนักประดับประดาด้วยผ้าสีแดงและโคมไฟสีแดงอย่างสวยสดงดงาม เมื่อเจ้าบ่าวและเจ้าสาวถูกนำตัวเข้าสู่ห้องบรรทมชินอ๋อง อ๋องเก้า และบรรดาองค์ชายทั้งหลายต่างมากันพร้อมหน้า พวกเขามาร่วมแสดงความยินดีกับพี่สามอย่างครึกครื้น ฮ่องเต้ทรงตั้งเวลาที่หน้าสวนใหญ่ใกล้ตำหนักเสียนเหลียงเพื่อจัดงานเลี้ยงพระราชทานเมื่อส่งเจ้าสาวกลับตำหนักแล้ว เจ้าบ่าวก็ออกมาต้อนรับแขกที่ล้วนเป็นขุนนางคนสำคัญในราชสำนักท่านหลวนเป้ยเล่อให้เกียรติอยู่ดูแลงานร่วมกับชินอ๋อง“เจ้าเป็นพ่อเจ้าสาวได้ดีมาก” ท่านอ๋องเก้าเอ่ยกระเซ้าสหาย หงอี้เทียนยิ้มเจื่อนๆ หลังจากที่รู้ว่าสหายรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้วหงอี้เทียนก็ยังไม่มีโอกาสได้สนทนากันตามลำพังกับท่านอ๋องเก้าอีก “ว่าแต่ ข้าจะมีโอกาสได้เห็นหน้าจริงของเจ้าหรือไม่ หงอี้เทียน”“ไม่ว่าหม่อมฉันจะใบหน้าใดก็ยังคงเป็นสหายของท่านอ๋องเช่นเดิม พะยะค่ะ”“เจ้ามาหาข้าด้วยใบหน้านั้นมาหลายปี ทั้งที่เราสนิทกันขนาดนั้นก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าจริงของเจ้า”“อย่าว่าแต่ท่านอ๋องเลย แม้แต่หม่อมฉันบางคราก็ลืมใบหน้าจริงของตนไปแล้ว” หงอี้เทียนยอมรับอย่างจนใจเพราะเขาไม่เคยใช้ใบหน้าจริงออกจากคฤหาสน์เลยสักครั้ง ในงานเข้าวังในฐานะฮองเฮาครั้งนี้เขาก็ยังแปลกใจที่น้องสาว