ของเขายอมเปิดเผยใบหน้าจริงให้ผู้อื่นได้เห็นต่อให้เป็นเพียงเหล่าผู้คนในวังหลังกับฮ่องเต้จอมเจ้าเล่ห์ผู้นี้ก็เถอะเมื่อขุนนางทั้งหลายอยู่ร ่าสุราฟังดนตรีไพเราะและการร่ายรำของสาวงามจนตะวันตกดินแล้ว ฮ่องเต้ก็ทรงขอตัวเพื่อกลับไปหาเจ้าสาว พระองค์เองก็ทรงดื่มสุราไปมากพอสมควร เป็นอ๋องเก้าและองค์ชายสิบห้าที่ช่วยกันประคองเสด็จพี่ของตนไปส่งถึงห้องบรรทม“วันนี้เจิ้นมีความสุข ควรจะดื่มอีกสักหน่อย” พอถึงหน้าห้องบรรทม ท่าทีที่ดูไม่ค่อยเมาของฮ่องเต้ก็เปลี่ยนเป็นเมามากจนพระอนุชาทั้งสองแปลกพระทัยเมื่อเห็นฮ่องเต้ทรงขยิบพระเนตรเล็กน้อย ท่านอ๋องเก้าก็ดูจะเข้าใจเร็วกว่าผู้น้อง“ฝ่าบาท ทรงดื่มแค่นี้พอแล้ว พะยะค่ะ คืนเข้าหอมีค่าดั่งทอง หากพลาดไปแล้วก็ย่อมจะทำได้เพียงเสียดายภายหลัง”องค์ชายสิบห้าที่ยังไม่เข้าใจนักหันไปมองอ๋องเก้าพอเห็นพี่ชายขยิบตาถี่ๆ ก็เริ่มจะนึกออกว่าฮ่องเต้ทรงประสงค์สิ่งใด “ฮองเฮาพะยะค่ะ หม่อมฉันทั้งสองฝากเสด็จพี่ด้วย เมื่อกี้ทรงดวลสุรากับคนทั้งงานด้วยความคึกคะนองไปนิด ทรงเมาพอสมควรหวังว่าฮองเฮาคงพอรับมือไหว”หงซือซือที่แอบรับประทานอาหารบ้วนปากเรียบร้อยนั่งอยู่รอนานแล้ว เมื่อหม่าหลันฮวาวิ่งมาบอกว่าฮ่องเต้เสด็จนางจึงแสร้งมานั่งรอบนเตียง ได้ยินที่องค์ชาย สิบห้ากล่าวศีรษะที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุมสีแดงก็พยักรับหงึกหงัก“อืม…พวกเจ้าไปเถิด เจ้าสาวของข้าเก่งกาจนักดูแลข้าได้สบายอยู่แล้ว” ฮ่องเต้โบกพระหัต