งในยามนี้ก็วุ่นวายกับการฝึกทหารใหม่ กองทัพภาคใต้ก็มิได้มีปัญหาอันใด ในฝ่ายราชสำนักเองก็ยังไม่มีผู้ใดสร้างอิทธิพลจนผิดสังเกต คงเหลือเพียงปัญหาหมักหมมในวังหลังเท่านั้น”“หม่อมฉันยังมิได้พบเจอพระสนมครบหมดทุกระดับ เราจึงจำเป็นต้องเตรียมจัดงานรื่นเริงในวังหลังเพื่อจะได้สืบหาข่าวเพิ่มอีกทางหนึ่ง” หงซือซือหันหน้าไปหาฮ่องเต้ “ฝ่าบาทระยะนี้พระองค์เสด็จตำหนักใดหรือไม่เพคะ?”หมิงเฟยหลงแทบจะสำลักน ้าชาที่เพิ่งยกถ้วยขึ้นจรดริมฝีปาก“แค่กๆ” นี่นางเห็นเขาเป็นคนมักมากในกามขนาดนั้นเทียว “ขะ ข้าหรือน้องหง ข้ามิได้เสด็จไปเยือนตำหนักใดตั้งแต่ก่อนเดินทางไปโรงเตี๊ยมยุทธภพแล้ว” ใบหน้าของฮ่องเต้ร้อนผ่าว เห็นทีรอให้สองสามีภรรยานี้ขอตัวกลับแล้วเขาคงต้องมีเรื่องอธิบายให้หงซือซือฟังอย่างชัดเจนเสียหน่อยท่านอ๋องเก้าเห็นเสด็จพี่ของตนเสียอาการเช่นนั้นก็ยิ้มกริ่ม รีบหันไปหาพราชายาคนงาม “น้องหญิงเราสองคนออกจากวังมานานแล้ว ป่านนี้ลูกทั้งสองคนจะชะเง้อคอรอคอย เรารีบทูลลากันเถิด”เมื่อเห็นสามีขยิบตาให้เล็กน้อย หานซู่ลี่ก็รู้ว่าตนทั้งสองคงเป็นก้างชิ้นใหญ่ของฮ่องเต้จึงรีบลุกขึ้นหันไปกราบทูลเพื่อลากลับวังอินทรี “จริงด้วยเพคะฝ่าบาทหม่อมฉันและท่านอ๋องทิ้งลูกทั้งสองมานานแล้ว คงต้องกลับเสียที รบกวนฝ่าบาทและองค์หญิงมานานเต็มที”“อืม…พวกเจ้ารีบกลับเถิด” ฮ่องเต้ทรงยิ้มกว้าง“ข้าไม่ส่งนะ”“พะยะค่ะ หม่อมฉันทูลลาเสด็จพี่”“เพคะ”คล้อยหลังทั