้งคู่ ฮ่องเต้จึงทรงแสร้งหันมาปรึกษาหารือกับสตรีตรงหน้า “ซือซือ เมื่อวานนี้ข้าได้ยินกว่าพระสนมตำหนักใหญ่ทั้งสี่มาคารวะเจ้าครบทุกคนแล้ว” เมื่ออยู่กันสองต่อสองทั้งคู่ก็กลับไปเป็นน้องหงกับพี่สามเช่นเดิม“เจ้าค่ะพี่สาม พวกนางล้วนแตกต่างกัน และมีความน่าสงสัยแตกต่างกัน” หงซือซือจึงเล่าพฤติกรรมของแต่ละนางที่เลือกปิ่นพระราชทาน พร้อมทั้งเรื่องที่นางเข้าไปสืบในแต่ละตำหนักโดยเว้นเรื่องของนินจาหานซู่ลี่ไว้“ระยะนี้ข้าคงต้องวุ่นวายเรื่องเตรียมการสร้างเขื่อน ภัยพิบัติต่อเนื่องมาสามปีของราษฎรแถบภาคกลางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซ ้ายังต้องคิดหาวิธีหารายได้เข้าแคว้น”“พี่สามแคว้นหมิงของเราหากจะหาเงินเข้าท้องพระคลังให้ได้มากๆ ก็น่าจะคิดวิธีให้ราษฎรทำมาค้าขายกับแคว้นอื่นนะเจ้าคะ”“ยังไงหรือ? ปกติเราก็พอทำการค้าอยู่บ้างแล้วนะ”“แคว้นจินมีทองคำเอาไว้ขายมาสร้างบ้านแปลงเมือง แคว้นเหลียนอาศัยมีท่าเรือใหญ่โตคอยรับจ้างขนส่งสินค้า แคว้นผิงค้าขายข้าวสารธัญพืช แคว้นเรามิได้ค้าสิ่งใดเป็นสำคัญ เงินภาษีที่เก็บได้จึงน้อยนิดข้าได้ยินว่าเมืองจิ้งฉู่ในยุคอ๋องสี่รุ่งเรืองขึ้นมาได้เพราะการค้ากับชนเผ่าชายแดน พี่สามเราอาจจะต้องหาสินค้าที่จะสร้างรายได้ให้แก่แคว้นหมิงอย่างจริงจังเสียแล้ว” หงซือซือนับเป็นผู้กว้างขวางในวงการข่าวหลายปีของการเป็นเจ้าของสำนักคุ้มภัยเดินทางล่องเหนือล่องใต้ไปพร้อมกับบิดาและพี่ชายทำให้ประสบการณ์ชีวิตนางมีมาก ครอ