นและมีพลัง ดูท่าพระสนมคงเป็นผู้มีความเป็นผู้นำและเด็ดขาด”“องค์หญิงทรงชื่นชมเกินไปเพคะ หม่อมฉันก็แค่สตรีที่ทำได้ดีเพียงบรรเลงพิณ ส่วนอย่างอื่นก็รู้เท่าที่ควรรู้แค่นั้นเอง”ยิ่งพูดคุยกันนานขึ้น หงซือซือยิ่งรู้สึกว่าสตรีที่เคร่งมารยาทตรงหน้าดูมีลับลมคมในอย่างที่พี่สามว่าจริงๆ เฉินเฟยผู้นี้ดูเข้าใจได้ยากยิ่งสายวันต่อมาหลังจากองค์หญิงหลวนไปเข้าเฝ้าฮองไทเฮาแล้วก็ขออนุญาตกลับตำหนักเสียนเหลียงด้วยข้ออ้างว่ารู้สึกเวียนศีรษะ เมื่อกลับมาถึงพราชายาหานซู่ลี่ก็มานั่งรออยู่พร้อมแล้ว“ชุดข้าเอามาพร้อมแล้ว ต่อไปก็ฝากเจ้าซ่อนไว้ในตำหนักด้วยก็แล้วกัน คราวหน้าจะได้ไม่ต้องขนไปขนมา อีกอย่างครั้งนี้เป็นเพราะข้ามาพร้อมท่านอ๋องจึงไม่ถูกหัวหน้าองครักษ์มาซักไซ้เรื่องของที่เอามา อ้างว่าเอามาฝากเจ้าแค่นั้นก็ผ่านแล้ว”“หัวหน้าองครักษ์เหม่ยน่ะหรือ?” หงซือซือเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าหัวหน้าองครักษ์ผู้นี้คือพี่ชายแท้ๆ ของเหม่ยเฟย หากพวกเขารู้ว่าหานซู่ลี่สนิทกับนางก็อาจจะเพ่งเล็งสหายของนางได้“นี่ข้ามิได้เล่าหรือว่า คราวก่อนที่มาหาเจ้า ข้าเจอหัวหน้าองครักษ์ผู้นี้ระหว่างทาง พอรู้ว่าข้าจะมาตำหนักเสียนเหลียงเขาก็ซักไซ้ไล่เรียงข้าใหญ่เลย สีหน้าดุดันราวกับข้าเป็นผู้ต้องสงสัยลอบเข้าวังเสียอย่างนั้น”“อืม…เขาเป็นพี่ชายของเหม่ยเฟยนี่”“หา!”“คราวหน้าเจ้าคงต้องระวังตัวกับคนผู้นี้สักหน่อย”“อือ…เอาเถอะตอนนี้ข้าใจร้อนล่ะอยากไปสืบข่าวให้เจ้า