้วย” องค์หญิงหลวนหันไปพยักหน้าให้เต้ามามาหลี่ “เจ้าไปเอากล่องใส่ปิ่นมาให้พระสนมเลือกเถอะ”“เพคะ” หัวหน้านางกำนัลเป็นผู้ไปเลือกกล่องใส่ปิ่นออกมา นางเปิดฝาแล้วตรงไปยืนต่อหน้าเฉินเฟย“พระสนมชอบชิ้นใดก็เลือกเอาเถิด ล้วนเป็นของพระราชทานทั้งสิ้น”“ขอบพระทัย เพคะ” เฉินเฟยปรายตามองสายตาของนางมิได้ชื่นชมยินดีในของทั้งหมดที่วางเรียงรายต่อหน้าสักเท่าใด แตกต่างจากพระสนมคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ประกายตาของนางคล้ายเบื่อหน่ายในของมีค่าที่ได้เห็นอยู่ตรงหน้า“มีชิ้นใดถูกใจพระสนมบ้างหรือไม่?”“งดงามทุกชิ้นเพคะ”หงซือซือรู้ว่านางเพียงพูดตามมารยาทเพราะดวงตาของนางช่างแข็งกระด้าง “พระสนมคิดว่าปิ่นอันใดงดงามที่สุดก็หยิบเอาเถิด เปิ่นกงจะได้ทูลฝ่าบาทได้”เฉินเฟยตัดใจหยิบปิ่นทองคำที่ประดับด้วยทับทิมสีแดงสดใสที่อยู่ริมสุดขึ้นมา สีแดงสดคล้ายกับหยดเลือดของบุตรชายของนางที่ไหลออกจากปากในวันที่ไข้ขึ้นสูงจนไร้สติและจากไปในอ้อมแขน “หม่อมฉันขอเลือกชิ้นนี้เพคะ”“ทับทิมชั้นดีจากดินแดนอันไกลโพ้น ปิ่นพระราชทานชิ้นนี้ช่างทองออกแบบได้งดงามยิ่งลวดลายดอกไม้อ่อนช้อยกว่าชิ้นใดที่เปิ่นกงเคยเห็นมา” หงซือซือพยายามยิ้มหวานให้นาง แต่นางกลับยิ้มน้อยๆ แต่พองามคล้ายกับเป็นยิ้มที่ถูกปั้นแต่งจนกลายเป็นความเคยชิน“สีแดงมีความหมายในชีวิตหม่อมฉันมากกว่าสีอื่นเพคะ” ดวงตาของนางมีประกายของความชิงชังผุดมาวูบหนึ่ง หงซือซือสังเกตได้ทัน“สีแดงเป็นสีที่โดดเด่