นากับพระสนมด้วยการเอ่ยถึงคำชื่นชมที่ฮ่องเต้ทรงมีให้กับพระสนมแต่ละคน นางมิได้โกหกเพียงตัดข้อความที่ฮ่องเต้เอ่ยเกี่ยวกับพวกนางก่อนหน้าและหลังประโยคชื่นชมเหล่านี้‘เฉินเฟยเคยมีลูกให้ข้า แต่นั่นเพราะข้าเป็นหน้าที่ของข้า ข้าเพียงหวังจะมีลูกชายสักคนได้สืบบัลลังก์ทว่าหลังจากลูกของข้าอายุได้หกเดือนกลับตายด้วยไข้ฉับพลันที่ดูประหลาดนัก ต่อมาฮองเฮาตั้งท้อง ข้าก็มิได้อนุญาตให้ผู้ใดตั้งครรภ์ กระทั่งนางคลอดลูกชายข้าก็ไม่ใส่ใจเรื่องมีลูกเพิ่มอีก นางเป็นสตรีที่สง่างามและยังบรรเลงพิณได้ไพเราะยิ่งกว่าสนมทุกคนที่ข้ามีแต่บางทีนางก็ดูมีลับลมคมในจนไม่น่าไว้วางใจ แม้ท่าทางของนางจะดูเศร้าแต่ข้าว่านางเป็นสตรีเด็ดเดี่ยวผู้หนึ่ง’คำบอกเล่าของพี่สามทำให้หงซือซือพอประติดประต่อความโหดเหี้ยมของเถียนฮองเฮาที่ลอบกำจัดลูกของพี่สามในคราวก่อนที่นางตั้งครรภ์ หงซือซือตั้งใจไว้ว่าหากพี่สามไว้ใจนางมากกว่านี้นางก็จะซักไซ้เขาว่าเขารู้พฤติกรรมของเถียนฮองเฮาบ้างหรือไม่? คนฉลาดแบบเขาเหตุใดจึงมิได้ป้องกันหรือจัดการเรื่องวังหลังให้เรียบร้อย?“ขอบพระทัยที่เก็บคำชื่นชมของฝ่าบาทมาให้หม่อมฉันเพคะ” เฉินเฟยน้อมรับด้วยอาการสงบแตกต่างจากอาการที่พระสนมคนอื่นแสดงออก หงซือซือเห็นดังนั้นก็ยิ่งรู้สึกสะดุดใจ ท่าทีไม่ลำพองของนางทำให้หงซือซือยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวขึ้นไปอีก“ฝ่าบาทยังพระราชทานปิ่นเอาไว้ให้เปิ่นกงเพื่อให้พระสนมให้เลือกไปใช้ด