นหน้านี้คือเปิดฝากล่องแล้วให้หม่าหลันฮวาถือไปยืนอยู่ตรงหน้าตงเฟย “พระสนมจงเลือกเอาสักชิ้นเถิด ถือว่าเปิ่นกงให้เป็นที่ระลึกในการทำความรู้จักกัน”ตงเฟยก้มลงมองในกล่องไม้สีแดงที่มีปิ่นเลอค่าหลายชิ้นวางเรียงรายอยู่ “ขอบพระทัยเพคะ มีแต่ชิ้นสวยๆ ทั้งนั้น”“ล้วนเป็นของพระราชทานที่ฝ่าบาทให้เปิ่นกงมาเพื่อมอบให้พระสนมทั้งหลาย สำหรับตงเฟย เปิ่นกงเห็นว่าปิ่นที่งดงามย่อมคู่ควรจะประดับอยู่บนศีรษะ”ตงเฟยแย้มริมฝีปากน้อยๆ กลายเป็นยิ้มที่งดงามพราชายาหานซู่ลี่ลอบสังเกตแล้วก็เห็นว่านางช่างเหมาะสมกับตำแหน่งพระสนมขั้นเฟยอย่างยิ่ง แม้จะมิได้งามเลิศอย่างเสิ่นกุ้ยเฟย หรือดูสง่าอย่างเหม่ยเฟย แต่ตงเฟยนับเป็นแบบอย่างสตรีที่กริยามารยาทอ่อนหวาน ใบหน้าของนางก็ดูจิ้มลิ้มน่าทนุถนอม“หม่อมฉันขอปิ่นหยกก็แล้วกันนะ เพคะ” นางหยิบเอาปิ่นหยกสีเขียวที่แกะสลักได้อย่างประณีตบรรจงขึ้นมาพลิกดูซ้ายขวาด้วยสายตาชื่นชม“ในกล่องนั้นปิ่นหยกราคาสูงที่สุดแล้ว พระสนมช่างสายตาแหลมคมยิ่ง”“ญาติของหม่อมฉันค้าขายหยกเพคะ จึงพอจะดูเป็นอยู่บ้าง” ตงเฟยเชิดหน้าน้อยๆ ด้วยความภาคภูมิใจ “หยกชิ้นนี้ใสและมีรอยแตกตามธรรมชาติอยู่เล็กน้อย นับว่าเป็นหยกดีชิ้นหนึ่งที่ถูกนำมาแกะสลักจนเป็นปิ่นสูงค่าชิ้นนี้”“อืม…สมกับที่ฝ่าบาททรงชื่นชมว่าตงเฟยเป็นผู้เชี่ยวชาญในการดูหยก”“ฝ่าบาทเคยเอ่ยถึงหม่อมฉันด้วยหรือเพคะ?”ดวงตาของตงเฟยเบิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นเมื่อเห็น