่ข้องใจบ้างหรือ?”“วันนั้นในท้องพระโรงไม่มีผู้ใดกล้าทัดทานเป็นเพราะฮองไทเฮาทรงออกตัวเป็นแม่สื่อให้กับองค์หญิงหลวนและฝ่าบาทด้วยพระองค์เอง พ่อรอฟังท่านมหาเสนาบดีหลี่คัดค้านแต่ก็ไม่สำเร็จจึงไม่กล้ากราบทูลสิ่งใด”“ท่านอย่าลืมสิว่าฮองไทเฮาเคยพบเพียงหลวนเป้ยเล่อ แต่มิเคยพบกับ องค์หญิงมาก่อน หลวนเป้ยเล่อผู้อ้างว่ามิอยากมาอยู่ในวังหลวงหรือต้องการอำนาจวาสนาใดๆ กลับส่งพระธิดามาเป็นฮองเฮานี่มิใช่ยิ่งกว่าการกลับมาเป็นเป้ยเล่อดอกหรือเจ้าคะ?”เสิ่นกุ้ยเฟยน ้าเสียงหงุดหงิด นางเป็นเพียงพระสนมมิอาจย่างเท้าเข้าสู่ท้องพระโรงได้เฉกเช่นฮองไทเฮาหรือฮองเฮา ทุกสิ่งที่เป็นการออกงานพิธีสำคัญ ฮ่องเต้จะทรงเสด็จพร้อมฮองเฮาเสมอ“ที่เจ้าว่ามาก็มีเหตุผล พ่อคิดว่าจะไปปรึกษาเรื่องนี้กับใต้เท้าหลี่สักหน่อย ฝ่ายนั้นเองก็เสียดายมิใช่น้อยที่ไม่มีโอกาสได้ส่งบุตรหลานเข้าวังหลัง”“นั่นเพราะใต้เท้าหลี่ไม่มีวาสนาเองนี่เจ้าคะ ถ้าจะนับสายญาติกันเราก็พอจะนับกับใต้เท้าหลี่ได้ ท่านพ่อเราน่าจะใช้จุดนี้ให้ใต้เท้าหลี่ยอมส่งเสริมลูก” เสิ่นกุ้ยเฟยใคร่ครวญวิธีที่จะทำให้มหาเสนาบดีฝ่ายขวาหลี่ยอมร่วมมือกับตนเพื่อผลประโยชน์ ในสังคมขุนนางสิ่งที่จะเชื่อมโยงกันได้เร็วที่สุดคือความเป็นญาติ“นั่นสินะ เช่นนั้นพ่อจะรีบไปจัดการธุระนี้ให้พระสนม”ครั้นท่านพ่อของนางกลับไปแล้ว เสิ่นกุ้ยเฟยสอบถามต่งมามาหลี่เรื่องยาที่นางให้ซ่อนเอาไว้ “เจ้าจัดการเรื่องยาไปถึง