ก็คือนับตั้งแต่นางยืนอยู่ในท้องพระโรงวันนั้น พี่หงอี้เทียนที่มาช่วยแปลงโฉมหลอกว่าเป็นบิดาก็ขอลากลับไปอยู่เมืองพยัคฆ์เหินดังเดิม ส่วนนางก็กลายมาเป็นว่าที่ภรรยาพี่สามแล้วก็เข้าฝึกมารยาท เพราะความเหนื่อยอ่อนในแต่ละวันทำให้นางลืมข้อนี้ไป รู้แต่เพียงตอนเสวยพระยาหารค ่าของฮองไทเฮา พี่สามจะเสด็จมาเสวยด้วยทุกเย็น นางมีเวลาพูดคุยกับเขาเล็กน้อยในช่วงที่เขาเสด็จมาส่งนางถึงตำหนัก จนกระทั่งผ่านไปนับสิบวัน สิ่งที่เรียนรู้ทั้งหมดเริ่มลดน้อยลงไปบ้างมามาหลี่ชื่นชมว่านางฉลาดหัวไวเรียนรู้ได้รวดเร็วและปรับกริยามารยาทงดงามยิ่งเย็นวันที่สิบเมื่อฮ่องเต้เดินกลับตำหนักเป็นเพื่อนนาง หงซือซือจึงนึกขึ้นได้“พี่สาม ข้ามัวแต่เรียนพวกมารยาทจนลืมถามท่านไปเลยว่าเรื่องที่ท่านโดนวางยาเป็นอย่างไรบ้าง? พอจะสืบเจอตัวคนวางหรือยัง?”ฮ่องเต้ส่ายพระพักตร์ “เข็มเงินที่เจ้าให้ไปได้ผลดียิ่งนัก คนผู้นี้ใส่ยาสลายกล้ามเนื้อมาในข้าวของข้าทุกวัน ข้าสั่งให้อู๋กงกงเอาข้าวทิ้งมิให้มีร่องรอย ตอนนี้กำลังให้คนจับตาดูพิรุธนางกำนัลและคนในโรงครัว”องครักษ์เงาหลายคนถูกสั่งให้ไปจับตามองนางกำนัลที่ทำหน้าที่ยกอาหารและพนักงานในโรงครัวหลวง“ว่าแต่ข้าต้องเรียนมารยาทในวังอีกนานเท่าใด?”“เจ้าใจร้อนอยากแต่งงานแล้วหรือ?” แววตาของเขาคล้ายจะล้อเลียนนางในทีทำเอาแก้มนางเป็นสีชมพูระเรื่อ ฮ่องเต้เห็นเช่นนั้นก็นึกอยากจะดอมดมกลิ่นแก้มของนางยิ่งนัก เขาไม่รู้ว่านาง